Main Menu
Login Form



Home

Welcome to the Frontpage

แผนการเรียน

ปัจจุบันโรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช มี 3 แผนการเรียน 1. แผนวิทย์-คณิต 2. แผนศิลป์-อังกฤษ 3. แผนศิลป์-จีน

จัดแผนชั้นเรียน ม.1 12 ห้อง, ม.2 12 ห้อง, ม.3 12 ห้อง, ม.4 6 ห้อง, ม.5 6 ห้อง, ม.6 5 ห้อง, รวม 50 ห้องเรียน นักเรียนประมาณ 2,200คน ครู-อาจารย์ 113 คน ลูกจ้างประจำ 12 คน ครูอัตราจ้าง 2 คน

กีฬาสีพรรคสีแบ่งเป็น 6 พรรคคือ พรรควายุภักดิ์ สีม่วง พรรคพยัคราช สีเหลือง พรรคสุริยะ สีแดง พรรคอัศวิน สีส้ม พรรคอัศนี สีฟ้า พรรคสีหราช สีชมพู

การดำเนินงานต่างๆ ของโรงเรียนมีผลสำเร็จเป็นแบบอย่างทางการจัดการศึกษาในระดับหนึ่ง ปัจจุบันมีบุคลากรฝ่ายบริหารของโรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช ดังนี้

ทำเนียบผู้บริหาร

ผู้อำนวยการโรงเรียนคนปัจจุบัน

ลำดับที่ รายนาม ตำแหน่ง เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ
1 นายสมบูรณ์ สุพรรณอาสต์ ผู้อำนวยการ -  
2 นายไสว สุวรรณอักษร ผู้อำนวยการ -  
3 นายสถิตย์ ไชยรัตน์ ผู้อำนวยการ -  
4 นายเสถียร สุคนธ์ ผู้อำนวยการ -  
5 นายอุทัย เสือทอง ผู้อำนวยการ -  
6 นายไสว คงสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ -  
7 นายอุส่าห์ ศิวาโมกข์ ผู้อำนวยการ -  
8 นายภักดี ชูหวาน ผู้อำนวยการ -  
9 นายณรงค์ ทองขาว ผู้อำนวยการ -  
10 นายสุจินต์ พิมเสน ผู้อำนวยการ -  
11 นายโชติ ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการ -  
12 นายสุนทรัสส์ เพชรรักษ์คำด้วง ผู้อำนวยการ -  
  • ฝ่ายบริหารของโรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช
    • นายสุนทรัสส์ เพชรรักษ์คำด้วง ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช
    • นางพรทิพย์ อุปถัมภ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ
    • นายอุดม เจริญผล รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน
    • นายสุธรรม ช่วยชัย รองผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการ
    • นางอรพร อิสระพร รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน

ตราประจำโรงเรียน เป็นรูปพระมหาธารวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช มีรัศมีบริเวณยอดพระธาตุ มีชื่อโรงเรียน อยู่ในวงกรมด้านบน และคติพจน์ของโรงเรียนอยู่ด้านล่าง

สีประจำโรงเรียน เขียว-ขาว

  • สีเขียว หมายถึง ความเจริญงอกงามของสติปัญญา
  • สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ ความเป็นคนดีมีวินัย

ปรัชญาของโรงเรียน เรียนดี มีวินัย ใฝ่ความรู้ สู้งาน บริการชุมชน

วิสัยทัศน์ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีความรู้ความสามารถเต็มศักยภาพ รักการเรียนรู้ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

อักษรย่อของโรงเรียน คือ ม.น.ศ. MNS

แก้ไขล่าสุด ( วันจันทร์ที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑๑:๑๐ น. )

 

ประวัติ 
โรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช

โรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช เปิดสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2499 เป็นหลักสูตรมัธยมศึกษา (ม.1-3) สังกัดกองการศึกษาพิเศษ โดย นายชุ่ม สมพันธ กำนันตำบลนาเคียน เป็นที่ตั้งโรงเรียน ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น หลักสูตร ประถมศึกษาตอนปลาย (ป.5-7) สังกัดกรมสามัญศึกษา

ปี 2515 ได้ย้ายมาอยู่ที่วัดจอมล้าน (วัดร้าง) หมู่ที่ 1 ตำบลนาทราย ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 21 ไร่เศษ ซึ่งเป็นที่ตั้ง โรงเรียน จนถึงปัจจุบัน

ปี 2519 กรมสามัญศึกษาได้สั่งยุบโรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเปิดสอนตามหลักสูตร ประถมศึกษา ตอนปลาย และตั้งโรงเรียนตามชื่อเดิม แต่เปลี่ยนแปลงหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดกอง การมัธยม ศึกษากรมสามัญศึกษา

ปี 2527 กรมสามัญศึกษาได้อนุมัติให้ขยายชั้นเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย

ปัจจุบันโรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช จัดแผนชั้นเรียน ม.1 11 ห้อง, ม.2 11 ห้อง, ม.3 12 ห้อง, ม.4 5 ห้อง, ม.5 5 ห้อง, ม.6 6 ห้อง, รวม 50 ห้องเรียน นักเรียนประมาณ 2,000 คน ครู-อาจารย์ 113 คน ลูกจ้างประจำ 12 คน ครูอัตราจ้าง 2 คน

การดำเนินงานต่างๆ ของโรงเรียนมีผลสำเร็จเป็นแบบอย่างทางการจัดการศึกษาในระดับหนึ่ง ปัจจุบันมีบุคคลากรฝ่ายบริหารของโรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช ดังนี้

นายโชติ ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช
นายปณิธาน ณ นคร รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารงานอำนวยการ
นายสมพร สังวาระ รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารงานวิชาการ
นายสุธรรม ช่วยชัย รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน
นางอรพร อิสระพร รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารงานทั่วไป
                                               

แก้ไขล่าสุด ( วันจันทร์ที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑๑:๑๒ น. )

 

ความเป็นมาของงานเทศกาลเดือนสิบ เมืองนครศรีธรรมราช

“งานเทศกาลเดือนสิบ”จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2466 ที่สนามหน้าเมือง นครศรีธรรมราช โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อหาเงินสร้างสโมสรข้าราชการซึ่งชำรุดมากแล้ว โดยในช่วงนั้น พระภัทรนาวิก จำรูญ (เอื้อน ภัทรนาวิก) ซึ่งเป็นนายกศรีธรรมราชสโมสร และพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ร่วมกันจัดงานประจำปีขึ้น พร้อมทั้งมีการออกร้าน และมหรสพต่างๆ โดยมีระยะเวลาในการจัดงาน 3 วัน 3 คืน จนกระทั่ง ถึงปี พ.ศ. 2535 ทางจังหวัดได้ย้ายสถานที่จัดงาน จากสนามหน้าเมืิอง ไปยังสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84(ทุ่งท่าลาด)ซึ่งมีบริเวณกว้าง และได้มีการจัดตกแต่งสถานที่ ไว้อย่างสวยงาม

การจัดเทศการงานเดือนสิบ ถือเป็นความพยายามของมนุษย์ ที่มุ่งทดแทน พระคุณบรรพบุรุษ แม้ว่าจะล่วงลับไปแล้วก็ตาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวไทยทุกคน ควรต้องยึดถือปฏิบัติ รวมทั้งปลูกฝังให้อนุชนรุ่นหลัง ได้ปฏิบัติสืบทอดต่อๆไป อย่างน้อย หากมนุษย์ระลึกถึงเรื่องเปรต ก็จะสำนึกถึง บาปบุญคุณโทษ รวมทั้งการแสดงออก ซึ่งความกตัญญูกตเวที ที่เป็นหัวใจสำคัญ ในการอยู่ร่วมกันในสังคม อย่างสงบสุข ตลอดไป

ความเชื่อของพุทธศาสนิกชน ชาวนครศรีธรรมราช เชื่อว่าบรรพบุรุษ อันได้แก่ ปู่ ย่า ตา ยาย และ ญาติพี่น้อง ที่ล่วงลับไปแล้ว หากทำความดีไว้ เมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ จะได้ไปเกิดในสรวงสวรรค์ แต่หากทำความชั่ว จะตกนรก กลายเป็นเปรต ต้องทนทุกข์ทรมานในอเวจี ต้องอาศัยผลบุญ ที่ลูกหลานอุทิศส่วนกุศลให้ในแต่ละปี มายังชีพ ดังนั้น ในวันแรม 1 ค่ำเดือนสิบ คนบาปทั้งหลาย ที่เรียกว่า เปรต จึงถูกปล่อยตัว กลับมายังโลกมนุษย์ เพื่อมาขอส่วนบุญ จากลูกหลาน ญาติพี่น้อง และจะกลับไปนรกดังเดิม ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ในวันแรม 15 ค่ำเดือนสิบ โอกาสนี้เองลูกหลาน และผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ จึงนำอาหารไปทำบุญที่วัด เพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที

วันสารท เป็นวันที่ถือเป็นคติ และเชื่อสืบกันมาว่า ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว จะมีโอกาส ได้กลับมารับส่วนบุญ จากญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้น จึงมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศล ไปให้ญาติในวันนี้ และเชื่อว่า หากทำบุญในวันนี้ไปให้ญาติแล้ว ญาติจะได้รับส่วนบุญได้เต็มที่ และมีโอกาสหมดหนี้กรรม และได้ไปเกิดหรือมีความสุข

อีกประการหนึ่ง สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรม ทำนาเป็นอาชีพหลัก ในช่วงเดือนสิบนี้ ได้ปักดำข้าวกล้าลงในนาหมดแล้ว กำลังงอกงาม และรอเก็บเกี่ยวเมื่อสุก จึงมีเวลาว่างพอที่จะทำบุญ เพื่อเลี้ยงตอบแทน และขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือแม่พระโพสพ หรือ ผีไร่ ผีนา ที่ช่วยรักษาข้าวกล้าในนาให้เจริญงอกงามดี และออกรวงจนสุกให้เก็บเกี่ยวได้ผลผลิตมาก

แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑๓:๑๖ น. )

 

ประเพณีสารทเดือนสิบ

ความเป็นมา
ประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นงานบุญประเพณีของคนภาคใต้ ของประเทศไทย  โดยเฉพาะ ชาวนครศรีธรรมราช ที่ได้รับอิทธิพลด้านความเชื่อ ซึ่งมาจากทางศาสนาพราหมณ์
โดยมีการผสมผสานกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเข้ามาใน
ภายหลัง โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญ เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศล ให้แก่ดวงวิญญาณของบรรพชนและญาติที่ล่วงลับ ซึ่งได้รับ
การปล่อยตัวมาจากนรก ที่ตนต้องจองจำอยู่ เนื่องจากผลกรรมที่ตนได้เคยทำไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยจะเริ่มปล่อยตัว
จากนรกในทุกวันแรม 1 ค่ำเดือน 10 เพื่อมายังโลกมนุษย์ โดยมีจุดประสงค์ในการมาขอส่วนบุญจากลูกหลานญาติพี่น้อง ที่
ได้เตรียมการอุทิศไว้ให้เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ล่วงลับ หลังจากนั้นก็จะกลับไปยังนรก ในวัน
แรม 15 ค่ำ เดือน 10
ช่วงระยะเวลาในการประกอบพิธีกรรม ของประเพณีสารทเดือนสิบ จะมีขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ ถึงแรม 15 ค่ำเดือนสิบของ ทุกปี แต่สำหรับวันที่ชาวใต้มักจะนิยมทำบุญกันมากคือ วันแรม 13-15 ค่ำ ประเพณีวันสารทเดือนสิบโดยในส่วนใหแล้ว จะตรงกับเดือนกันยายน

 

 

แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑๓:๑๔ น. )

 
Polls
Joomla! is used for?
 
Who's Online
เรามี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Advertisement
Featured Links:
Joomla!
Joomla! The most popular and widely used Open Source CMS Project in the world.
JoomlaCode
JoomlaCode, development and distribution made easy.
Joomla! Extensions
Joomla! Components, Modules, Plugins and Languages by the bucket load.
Joomla! Shop
For all your Joomla! merchandise.