12 พ.ย.
2013

การเซตค่าและตั้งค่า BIOS

การ Set BIOS เบื้องต้น

     ในส่วนของการ Set BIOS ผมจะสอนแบบเบื้องต้นเพื่อให้Setค่าต่างๆเป็น เพื่อใช้ในการติดตั้ง windows ทั้ง XP และ Vista นะครับ

วิธีการ Set BIOS ก็มีดังนี้
  •  หลังจากเปิดเครื่องให้เราทำการกดปุ่ม  F2 (เครื่องผมเป็น NB ของ ASUS ถ้าเป็นยี่ห้ออื่น อาจจะเป็นปุ่มอื่นนะครับเช่น F8,F10)หรือ Del สำหรับ PC ประกอบทั่วไป ก็จะได้หน้าตา BIOS  ดังรูปครับ(อาจจะไม่เหมือนกันทั้งหมดนะครับเพราะแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันออกไป ให้เอาไว้เป็นแนวทางสำหรับคนที่ใช้รุ่นอื่นอยู่นะครับ)

    • ส่วนต่างๆของBios ก็จะมี Main, Advanced, Display, Security, Power, Boot, Exit (ใช้ Key ลูกศรเลื่อนซ้าย ขวา ครับ)
    • Main จะใช้ดูspecเครื่องของเราและใช้ในการปรับแต่งวันที่ เวลาครับ
    • Advanced ที่สำคัญจะอยู่ที่ IDE Configuration เพราะใช้เลือกเพื่อการติดตั้ง XP ครับ

    • Enter ที่ IDE Configuration จะได้ดังรูปครับ ถ้าจะติดตั้ง XP ต้องเปลี่ยนจาก Enhanced เป็น Compatible ครับ
    •  Security เป็นส่วนในความปลอดภัยครับ แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่น่าจะตั้งนะครับเพราะถ้าจำไม่ได้จะต้องรื้อเครื่องเลยนะครับ
    • Boot ตรงนี้เป็นส่วนที่สำคัญอีกจุดหนึ่ง เพราะใช้ในการตั้ง Boot จากแผ่น CD,DVD เพื่อใช้ในการติดตั้ง Windows นะครับ
    • ให้เลือกตรง Boot Device Priority ครับ จะได้ดังรูป ถ้าต้องการให้ Boot CD/DVD ก็ให้ Enter ที่ 1st Boot Devicec แล้วเลือก CD/DVD ครับ
    • Exit เป็นส่วนของการออกจาก Bios ครับให้เลือก Save Changes and Exit ครับ แต่ช่างส่วนใหญ่จะกดปุ่ม F10 กันจะได้ดังรูปข้างล่างครับ

  •  การSet Bios ที่สำคัญๆ ก็จะมีประมาณนี้นะครับ หวังว่าน่าจะทำกันได้นะครับ ขอบคุณที่เข้ามาศึกษาหาความรู้ครับ
5 พ.ย.
2013

ตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทำอย่างไร

ส่วนที่ 1 ( แนะนำอุปกรณ์ และกำหนดค่าของอุปกรณ์)
1. อุปกรณ์ที่จะใช้ทำระบบ NetWork ( Switch + สาย LAN เข้าหัว RJ 45 ทั้ง 2 ข้าง)
2. ขั้นตอนตรวจสอบอุปกรณ์การด์แลน ภายในเครื่อง ดูสถานะของการด์แลน
3. กำหนดหมายเลข IP ADDRESS , WORKGROUP , Subnet mask สำหรับการด์ LAN
4. ตรวจสอบการเชื่อมต่อด้วยคำสั่ง ping

ส่วนที่ 2 ( แนะนำโปรแกรม Server/Client )
5. โปรแกรมที่ทำหน้าที่เป็น Server ( ติดต่อกลับผู้พัฒนาโปรแกรม สอบถามรายละเอียด..)
6. แนะนำเชื่อมต่อโปรแกรม เข้าหาด้วยกัน
7. วิธีใช้งานโปรแกรมที่ทำหน้าเป็น Server
8. วิธีใช้งานโปรแกรม เพื่อลงข้อมูล

1. แนะนำอุปกรณ์ที่ใช้ ( หาซื้อได้ทั่วไป )

รูปที่ 1 : 
เป็น Switch 10/100 จำนวน 5 port (ต่อเชื่อมเครื่องคอมได้ 5 ตามจำนวนช่อง) ซึ่งราคาโดยทั่วไปราคา 500-600 บาท
นับว่าปัจจุบันนี้ไม่แพงเลย ซึ่งมี 5 ช่อง สำหรับเสียบสาย lan แต่ใช้เพียง 2 ช่องก็ได้คือ ถ้าใช้ 2 เครื่อง
แต่ถ้าหากใช้เครื่องคอมมากกว่า 5 เครื่อง ก็อาจจะต้องดูช่องเสียบ ตามจำนวนเครื่องคอม ที่ต้องการ 10 , 16 , 20 ฯลฯ
รูปที่ 2 : สาย lan หร้อมเข้าหัวทั้ง 2 ข้าง ความยาวขึ้นอยู่กับระยะห่างของเครื่องกับ Switch โดยทั่วไปก็จำหน่ายอยู่เมตรละ 20 บาท

แหล่งจำหน่ายอุปกรณ์ : ร้านคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป (ร้านซ่อม , ร้านจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

2. ตรวจเช็คอุปกรณ์การด์ LAN

การ์ด LAN เป็นอุปกรณ์หนึ่ง ที่ติดตั้งอยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำหน้าที่ เหมือนเส้นทางรับ – ส่ง ข้อมูลระหว่างเครื่องคอม
โดยใช้สาย LAN เป็นสะพานสำหรับเชื่อมต่อเพื่อรับ-ส่งข้อมูล  ปัจจุบันการด์ LAN ส่วนใหญ่ก็จะถูกติดตั้งไว้แล้ว (ON BOARD)
ก็เพียงแต่ดูว่ามีช่องเสียบสาย LAN หรือไม่ ( ช่องสำหรับเสียบจะอยู่ที่หลังเครื่องคอม ) ถ้าพร้อมแล้ว..ก็มาดูวิธีตรวจสอบการ์ด LAN กัน

สาธิตที่ 2 ตรวจเช็คชื่อการด์ LAN ในWindows XP ( เช็คให้ครบทุกเครื่อง )
สาธิตที่ 3 เช็คสถานะของการ์ด LAN ว่า เปิด หรือปิด ( Disable/Enable ) ( เช็คให้ครบทุกเครื่อง)

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

3. มาทำระบบ LAN กันครับ

ดูจาก รูปที่ 1 เครื่องหมายเลข 1 จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลทั้งหมด / รวมทั้งยังสามารถพิมพ์ข้อมูลได้  สำหรับเครื่องหมายเลข 2
พิมพ์ข้อมูลได้อย่างเดียวก็เท่ากับว่า สามารถพิมพ์ข้อมูลได้พร้อมกัน 2 เครื่อง อีกทั้งเครื่องหมายเลข 1 ยังสามารถเก็บข้อมูลไว้เพื่อ
ประมวลผลอีกด้วย… เพราะฉะนั้นเราก็จะต่อเครื่อง printer (เครื่องพิมพ์)  ไว้ที่เครื่องหมายเลข 1 เท่านั้น …

ส่วน รูปที่ 2 แสดงการเชื่อมต่อโดยเสียบสาย LAN เข้ากับ Switch และ เครื่องคอมแต่ละเครื่อง พร้อมทั้งเปิดเครื่องคอม และ Switch
ต่อไปมาตั้งชื่อเครื่อง ,  WORKGROUP และกำหนดหมายเลข IP ADDRESS , Subnet mask กันเลย…

สาธิตที่ 4 ตั้งชื่อเครื่องคอมแต่ละเครื่อง , ตั้งชื่อ WORKGROUP (ชื่อเครื่องต้องไม่เหมือนกัน แต่ WORKGROUP ต้องเหมือนกัน)
( ให้ทำทุกเครื่อง และ Restart Windws )   >> คลิ๊กที่นี่ [ ตัวอย่างสาธิต ]
สาธิตที่ 5 หลังการนั้นกำหนดหมายเลย IP ADDRESS,Subnet mask ( ดูรูปที่ 1 ประกอบ)
( ให้ทำทุกเครื่อง และ Restart Windws )
สาธิตที่ 6 ตรวจสอบการเชื่อมด้วยคำสั่ง ping เชื่อมต่อไปเครื่องอื่นได้ หรือไม่

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::   จบในส่วนที่ 1 แล้วครับ   ::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

แนะนำเชื่อมต่อโปรแกรม( Server/Client ) เข้าหาด้วยกัน   (แบบเบื้องต้นๆ.. ง่ายมากๆ… )

1. ตรวจสอบดู Switch hub เปิดอยู่หรือไม่
2. เสียบสาย LAN ต้องให้แน่นพอทั้ง 2 ฝั่ง ( Switch hub และเครื่องคอมแต่ละเครื่อง)
3. ดูสถานะการทำงานของการ์ด LAN ว่าเปิด หรือปิด ( Disable / Enable )
4. ใช้คำสั่ง ping ตรวจสอบระหว่างเครื่อง
5. กำหนดเครื่องใดเครื่อง 1 เป็นเครื่องหลัก ดูรูปที่ 2 (ในที่นี้กำหนดเครื่องหมายเลข 192.168.0.1 เป็นเครื่องหลัก)
6. วิธีแก้ไขปัญหาถ้าหากไม่สามารถเชื่อมต่อได้

5 พ.ย.
2013

ขั้นตอนการประกอบคอมพิวเตอร์

ขั้นตอนการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์

การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ซึ่งเราสามารถหัดประกอบด้วยตนเองได้ โดยมีขั้นตอน ดังนี้
1. ขั้นแรกให้เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
เช่น ไขควงสี่แฉก กล่องสำหรับใส่น็อต คู่มือเมนบอร์ด คีมปากจิ้งจก

2. เริ่มจากการติดตั้งซีพียูก่อน โดยง้างขาล็อคของซ็อกเก็ตขึ้นมาจากนั้น
นำซีพียูมาใส่ลงไปในซ็อกเก็ตโดยให้วางตำแหน่งขาที่ 1 ของซีพียูและซ็อกเก็ตให้ตรง
กัน โดยสังเกตว่าที่ขาที่ 1 ของซีพียูจะทำเครื่องหมายเป็นจุดเล็กไว้ที่มุมด้านบนของ
ซีพียู

3. เมื่อวางซีพียูตรงล็อคกับซ็อกเก็ตแล้ว จากนั้นให้กดขาล็อกลงไปเหมือน
เดิม แล้วนำซิลิโคนมาทาตรงบริเวณคอร์ (แกน) ของซีพียู และไม่ควรทาซิลิโคนให้
หนา หากเห็นว่าหนาเกินไปให้ใช้กระดาษหรือแผ่นพลาสติกมาปาดออกเสียบ้าง

4. ติดตั้งฮีทซิงค์และพัดลมลงไปบนคอร์ของซีพียู ติดล็อกให้เรียบร้อย
ในขั้นตอนนี้มีจุดที่ต้องระวังอยู่ 2 จุดคือ การติดตั้งฮีทซิงค์ของพัดลมจะต้องแนบ
สนิทกับคอร์ของซีพียู อย่าพยายามกดแรงไป บางทีคอร์ของซีพียูอาจบิ่นได้ ส่วนขา
สปริงที่ยึดพัดลมบางทีมันแข็งเกินไป บางคนใช้ไขควงพยามยามกดขาสปริง
ให้เข้าล็อก ซึ่งอาจทำให้พลาดไปขูดเอาลายปริ้นบนเมนบอร์ดขาดทำให้เมนบอร์ด
อาจเสียหายได้

5. เสียบสายไฟของพัดลมเข้ากับขั้ว CPU FAN โดยดูจากคู่มือเมนบอร์ด

6. นำแรมมาเสียบเข้ากับซ็อกเก็ตแรมโดยให้ตรงกับร่องของซ็อกเก็ต จากนั้น
จึงกดลงไปจนด้านล็อกทั้ง 2 ด้านดีดขึ้นมา (บางเมนบอร์ดตัวล็อกทั้งสองด้าน
อาจไม่จำเป็นต้องดีดขึ้นมาก็ได้ให้ดูว่าเข้าล็อกกันก็พอ)

7. ขันแท่นรองน็อตเข้ากับเคส

8. นำเมนบอร์ดที่ได้ติดตั้งซีพียูและแรมวางลงไปบนเคส จากนั้นขันน็อตยึด
เมนบอร์ดเข้ากับตัวเคสให้ครบทุกตัว

9. เสียบการ์ดแสดงผลลงไปในสล็อต AGP เสร็จแล้วขันน็อตยึดติดกับเคส

10. เสียบการ์ดเสียงลงไปในสล็อต PCI เสร็จแล้วขันน็อตยึดติดกับเคส

11. เสียบสายเพาเวอร์ซัพพลายเข้ากับขั้วต่อบนเมนบอร์ด โดยควรเสียบให้
ปลั๊กของสายเพาเวอร์ซัพพลายตรงล็อกกับขั้วต่อบนเมนบอร์ด

12. สอดไดรฟ์ซีดีรอมเข้ากับช่องว่างหน้าเคส แล้วขันน็อตยึดกับตัวเคส
ให้แน่น

13. เสียบสาย IDE เข้ากับไดรฟ์ซีดีรอมโดยให้แถบสีแดงตรงกับขาที่ 1
หรือด้านที่ติดกับขั้วสายไฟ จากนั้นจึงเสียบสายไฟและสายสัญญาณเสียงเข้าไปด้วย

14. เสียบสาย IDE อีกด้านเข้ากับขั้วต่อ Secondary IDE บนเมนบอร์ด
โดยแถบสีแดงตรงกับขาที่ 1 ของขั้วต่อด้วย

15. สอดฮาร์ดดิสก์เข้ากับช่องติดตั้ง แล้วขันน็อตยึดกับตัวเคสให้แน่น

16. เสียบสาย IDE เข้ากับฮาร์ดดิสก์โดยให้แถบสีแดงตรงกับขาที่ 1 หรือด้าน
ที่ติดกับขั้วสายไฟ จากนั้นจึงเสียบสายไฟเข้าไปด้วย

17. เสียบสาย IDE อีกด้านเข้ากับขั้วต่อ Primary IDE บนเมนบอร์ด โดยแถบ
สีแดงตรงกับขาที่ 1 ของขั้วต่อด้วย

18. สอดไดรฟ์ฟล็อบปี้ดิสก์เข้าไปในช่องติดตั้ง แล้วขันน็อตยึดกับตัวเคส
ให้แน่น

19. เสียบสายไฟเข้ากับขั้วต่อสายไฟของฟล็อบปี้ดิสก์ ให้สังเกตสายไฟของ
ฟล็อบปี้ดิสก์จะมีหัวขนาดเล็กกว่าสายไฟของซีดีรอมและฮาร์ดดิสก์

20. เสียบสายแพขนาด 34 เส้น (เส้นเล็กกว่าสายแพของฮาร์ดดิสก์
และซีดีรอม) ให้ด้านที่มีการไขว้สายเข้ากับขั้วต่อไดรฟ์ฟล็อบปี้ดิสก์ โดยแถบสีแดง
ของสายแพต้องตรงกับขาที่ 1 ของขั้วต่อด้วย หากใส่ผิดด้านไฟของไดรฟ์
ฟล็อบปี้ดิสก์จะติดตลอด วิธีแก้ไขคือให้หันสายแพกลับด้านเพราะไดรฟ์ฟล็อบปี้ดิสก์
บางยี่ห้ออาจต้องใส่สลับด้านกัน

21. เสียบสายแพอีกด้านเข้ากับขั้วต่อฟล็อบปี้ดิสก์บนเมนบอร์ด โดยให้สาย
สีแดงตรงกับขาที่ 1 หรือ pin1 ของขั้วต่อด้วย

22. เสียบสายสัญญาณต่างๆ จากเคส เช่น สวิตช์เปิดปิดเครื่อง ไฟบอก
สถานะเปิดเครื่อง ไฟบอกสถานะฮาร์ดดิสก ปุ่ม Reset ลำโพง ลงบนเมนบอร์ด
ควรดูคู่มือเมนบอร์ดประกอบด้วย โดยต้องเสียบขั้วให้ถูกหากผิดขั้ว คอมพิวเตอร์
จะไม่ติดหรือมีไฟค้างตลอดเวลา วิธีแก้ไขคือให้เราลองสลับขั้วและเปิดเครื่องขึ้น
มาใหม่

23. เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เราลองสำรวจดูว่ามีน็อตหรืออุปกรณ์อื่นๆ
ตกค้างอยู่บนเมนบอร์ดหรือไม่ เพราะอาจทำให้เกิดกระแสไฟลัดวงจรจนเกิดความ
เสียหายต่อเมนบอร์ดและอุปกรณ์ต่างๆ บนเมนบอร์ดได้ นอกจากนี้ควรตรวจสอบ
การติดตั้งทั้งหมดว่าเรียบร้อยดีแล้ว เช่น การ์ดต่างๆ หรือสายสัญญาณเสียบ
แน่นหนาดีหรือยัง โดยเฉพาะฮีทซิงค์และพัดลมต้องแนบสนิทกับซีพียู พร้อมทั้งล็อก
ติดกันอย่างแน่นหนา

24. เมื่อเรียบร้อยดีแล้วปิดฝาเคสและขันน็อตให้เรียบร้อย ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
ขั้นตอนการประกอบเครื่องอย่างถูกต้องและสมบูรณ์แบบแล้ว

 

5 พ.ย.
2013

ส่วนประกอบภายในเครื่องคอมพิวเตอร์

1. แหล่งจ่ายไฟ (Power Supply) ทำหน้าที่จ่ายกระแสควบคุมระบบไฟฟ้าให้กับคอมพิวเตอร์

Power Supply

2. ซีพียู (CPU) ทำหน้าที่ประมวลผลและควบคุมการทำงานของอุปกรณ์คอมพิว เตอร์ทั้งหมด

3. การ์ดแสดงผล (VGA Card) ทำหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิตอลเพื่อแสดงผลการทำงานสู่จอภาพ

4. เมนบอร์ด (Mainboard) เป็นแผงวงจรขนาดใหญ่สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์

5. ไดรว์ CD/DVD เป็นไดรว์ที่ใช้แสงอ่าน/เขียนข้อมูล มีความจุ 650MB (CD) หรือ 4.7/8.5 GB (DVD) พกพาสะดวกและได้รับความนิยม

6. ฟล๊อปปี้ดิสก์ไดรว์ (Floppy Disk Drive) ใช้อ่าน/เขียนแผ่นฟล๊อปปี้ดิสก์ แต่มีความจุต่ำและเสียหายง่าย ปัจจุบันไม่ได้รับความนิยมแล้ว

7. ฮาร์ดดิส (Harddisk) เป็นอุปกรณ์สำหรับติดตั้งระบบปฏิบัติการและจัดเก็บข้อมูล จุดเด่นคือมีความจุและความเร็วสูง

5 พ.ย.
2013

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

  1. การทำงานของคอมพิวเตอร์…

    อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อช่วยให้
    o การทำงานเอกสารที่ซ้ำๆ ได้อย่างรวดเร็ว 
    o การคำนวณตัวเลข ถูกต้อง แม่นยำ
    o สามารถเก็บข้อมูล ปรับปรุงแก้ไข ได้โดยง่าย 
    o การจัดเก็บข้อมูลให้เป็นฐานข้อมูล  แล้วสืบค้นได้
    o การติดต่อสื่อสาร เพื่อสืบค้นข้อมูล เพื่อบันเทิง

     

    ขั้นตอนการทำงานที่สำคัญของคอมพิวเตอร์ 4 ขั้นตอน…

     

    ขั้นตอนที่

    การทำงาน

    ตัวอย่างอุปกรณ์

    1. การรับข้อมูลและคำสั่ง (Input)

    คอมพิวเตอร์รับข้อมูลและคำสั่งผ่านอุปกรณ์นำเข้าข้อมูล

    Mouse, Keyboard, Scanner, Microphone

    2. การประมวลผลหรือคิดคำนวณ(Processing)

    ข้อมูลที่คอมพิวเตอร์รับเข้ามา จะถูกประมวลผลโดยการทำงานของหน่วยประมวลผลกลาง (CPU : Central Processing Unit)  ตามคำสั่งของโปรแกรม หรือซอฟต์แวร์

    CPU

    3. การแสดงผลลัพธ์(Output)

    คอมพิวเตอร์จะแสดงผลลัพธ์ของข้อมูลที่ป้อน  หรือแสดงผลจากการประมวลผล  ทางอุปกรณ์แสดงผล

    Monitor, Printer, Speaker

    4. การเก็บข้อมูล(Storage)

    ผลลัพธ์จากการประมวลผลสามารถเก็บไว้ในหน่วยเก็บข้อมูล

    hard disk, floppy disk, CD-ROM

     

  2. ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์…

    ส่วนประกอบภายใน และอุปกรณ์เสริมต่อพ่วง ภายนอก

    2.1 Monitor 

    Screen, Display ใช้แสดงผลทั้งข้อความ ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว จอภาพในปัจจุบัน ส่วนมากใช้จอแบบหลอดภาพ (CRT หรือ Cathode Ray Tube)และจอแบบผลึกเหลว (LCD หรือ Liquid Crystal Display)

    2.2 Computer Case
      

    เก็บอุปกรณ์หลักของคอมพิวเตอร์ เช่น CPU, Disk Drive, Hard Disk ฯลฯ

     

    2.3 Keyboard 

    ใช้พิมพ์คำสั่ง หรือป้อนข้อมูล มีลักษณะคล้ายแป้นพิมพ์ดีด แต่มีปุ่มพิมพ์มากกว่า

    2.4 Mouse 

    ใช้ชี้ตำแหน่งบนจอภาพ เพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เช่นเดียวกับการป้อนคำสั่งทางคีย์บอร์ด

    2.5 Modem

     

    อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณคอมพิวเตอร์ให้สามารถส่งไปตามสายโทรศัพท์ได้

    2.6 Printer  

    อุปกรณ์แสดงผลข้อมูลออกมาทางกระดาษ

    2.7 Scanner

    อุปกรณ์นำเข้าข้อมูลที่เป็นรูปภาพหรือข้อความมาสแกน แล้วจัดเก็บไว้เป็นไฟล์ภาพ เพื่อนำไปใช้งานต่อไป

    o         ข้อความจากการ Scan แตกต่างกับข้อความจากการพิมพ์ผ่าน Keyboard

  3. ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์…

    คอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่สำคัญ 2 ส่วน …

    3.1 Hardware …

    เป็นส่วนที่ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์
    ที่สามารถมองเห็นและสัมผัสได้ เช่น

    o     ไมโครโปรเซสเซอร์

    o     หน่วยความจำ  

    o     อุปกรณ์เก็บข้อมูล  

    o     อุปกรณ์รับข้อมูล    

    o     อุปกรณ์แสดงผลข้อมูล

    3.2 Software …

    ชุดคำสั่งที่เขียนขึ้นโดยโปรแกรมเมอร์ เพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน ซอฟต์แวร์จะถูกอ่านจากหน่วยบันทึกข้อมูล ส่งต่อไปยังซีพียู เพื่อควบคุมการประมวลผล และคำนวณ
    ซอฟต์แวร์ แบ่งออกเป็น 
    ประเภทคือ

    (1) ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ (Operating System Software) …

    เป็นซอฟต์แวร์ที่ควบคุมการทำงานทั้งหมดของฮาร์ดแวร์  ซึ่งคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีระบบปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ ระบบปฏิบัติการยอดนิยมในปัจจุบันนี้ คือ Window Me, Windows XP,  OS/2,  Unix  และ  Linux  ระบบปฏิบัติจะมีการพัฒนา และปรับปรุงให้มีรุ่นใหม่อยู่เรื่อยๆ

    ตัวอย่างซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ (Operating System Software) …

    (2) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) …

    ชุดคำสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานเฉพาะด้านต่างๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ ซอฟต์แวร์ประยุกต์จำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ

    • ·         ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน (Special Purpose Software)  จะมีความเหมาะสมกับงานเฉพาะด้าน เช่น โปรแกรมสำหรับการซื้อขาย มีประโยชน์กับร้านค้า หรือโปรแกรมสำหรับฝากถอนเงิน  ก็จะมีประโยชน์กับองค์กรเกี่ยวกับการเงิน เช่น ธนาคาร  
    • ·         ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป (General purpose Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานส่วนตัวได้อย่างหลากหลาย  ทำให้ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน เช่น Microsoft Word,  Microsoft Excel, Microsoft  PowerPoint, Photoshop และ Oracle เป็นต้น
    ตัวอย่างซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) สำหรับงานทั่วไป …
  4. ตัวเครื่อง…

    ตัวเครื่องมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิต ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท
    ตัวเครื่องแบบแนวนอน (Desktop Case) วางตัวเครื่องแนวนอนบนโต๊ะ แล้วนำจอภาพมาวางซ้อนไว้บนโต๊ะ
    ตัวเครื่องแบบแนวตั้ง (Tower Case) วางตัวเครื่องไว้ในแนวตั้ง  สามารถนำมาวางบนโต๊ะ หรือบนพื้น แล้ววางจอภาพไว้ข้างๆ ตัวเครื่อง  ปัจจุบันแบบนี้ได้รับความนิยม
    ตัวเครื่องแบบรวมในชิ้นเดียว (All-In-One Case) เป็นการวางเอาตัวเครื่องและอุปกรณ์ทั้งหมด รวมเป็นชิ้นเดียว คล้ายกับโทรทัศน์ ตัวเครื่องแบบนี้สะดวกในการเคลื่อนย้ายกะทัดรัด แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะเพิ่มเติมอุปกรณ์ได้ยากเนื่องจากเปิดตัวเครื่องไม่สะดวก
    คอมพิวเตอร์แบบพกพา สามารถพกพา หรือนำติดตัวไปใช้งานในที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และสามารถใช้งานได้โดยแบตเตอรี่ที่อยู่ในเครื่อง (2-3 ชม.) แต่มีข้อจำกัดคือ ราคาแพง และการเพิ่มเติมอุปกรณ์ทำได้ยาก

    คอมพิวเตอร์แต่ละแบบ ต่างมีข้อดีและข้อเสียในตัวเอง การเลือกใช้งานขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและลักษณะงานของผู้ใช้

    ตัวอย่าง : เปรียบเทียบรายละเอียดคุณสมบัติของเครื่อง Desktop PC กับ Notebook…

     

    Desktop PC
    HP Business PC DC7100 USDT

    Notebook

    HP Pavilion zv5217AP

     

    o        CPU

    Intel P4-530 (3.06GHz.)

    : Intel Pentium 4 processor 1.8GHz

    o   RAM

    512MB PC3200 (sngl chnl) 256MB DDR333 (2 GB Max.)

    o   Hard Disk

    - 80GB 7200rpm 40GB (4,200RPM)

    o   Floppy Drive

    No Floppy 1.44MB FDD

    o   CD-Drive

    - CD-RW/DVD

    24x24x24x CD-RW/ 8x DVD Combo Drive

    o   Monitor

    LCD L1730 (P9625A) 15.4″ TFT WXGA LCD 

    o   Display

     

    graphics controller up to 128MB shared

    o   Keyboard/Mouse

    ขนาดปกติ  

    o   Weight

      3.8 kg

    o   Power

    Lease line 220 V 12-Cell LiION Battery

    o   ราคา

    ราคา 49,000.00 บาท ราคา 49,900.00 บาท
    update 05/05/2548

     

  5. ส่วนประกอบภายในเครื่อง…

    ในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีชิ้นส่วนภายในหลายชิ้น แต่ละชิ้นทำหน้าที่เฉพาะอย่าง

    เมนบอร์ด (Motherboard)…

    §         เมนบอร์ด (Motherboard)

    แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์หลักของคอมพิวเตอร์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชิ้นของคอมพิวเตอร์ จะต้องต่อเชื่อมเข้ากับเมนบอร์ดนี้

     

     หน่วยประมวลผลกลาง (CPU-Central Processing Unit)…

    §         หน่วยประมวลผลกลาง (CPU-Central Processing Unit)

    เป็นอุปกรณ์หลักของคอมพิวเตอร์  ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผล และควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ  ประกอบด้วยหน่วยย่อย 3 หน่วย คือ หน่วยความจำหลัก หน่วยคณิตศาสตร์และตรรกะ หรือหน่วยคำนวณ และหน่วยควบคุม

    หน่วยความจำแรม (RAM – Random Access Memory)…

    §         หน่วยความจำแรม (RAM – Random Access Memory)

    เป็นหน่วยความจำหลัก ที่ใช้พักข้อมูลชั่วคราว ระหว่างอุปกรณ์บันทึกข้อมูลต่างๆ กับหน่วยประมวลผลกลาง เมื่อปิดเครื่อง ข้อมูลที่อยู่ในแรมจะหายไป

    หน่วยความจำรอม (ROM-Read Only Memory)…

    §         หน่วยความจำรอม (ROM-Read Only Memory)

    เป็นหน่วยความจำถาวร ที่ใช้บันทึกข้อมูลของอุปกรณ์ที่ติดตั้งบนเมนบอร์ด เช่น ขนาดและประเภทของฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ ขนาดของแรม หน่วยประมวลผลที่ใช้ การติดตั้งฟลอปปี้ไดรฟ์  เป็นต้น และใช้เก็บคำสั่งที่มักใช้บ่อยๆ เช่น คำสั่งเริ่มต้นการทำงานของคอมพิวเตอร์   ข้อมูลที่บันทึกในรอม จะยังคงอยู่แม้จะปิดเครื่อง  มักจะเป็นข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก โดยเฉพาะข้อมูลที่ใช้ในการเริ่มระบบ(Start Up) ข้อมูลควบคุมการรับส่งคำสั่งและข้อมูล ตลอดจนการแสดงผล

    ช่องเสียบอุปกรณ์เพิ่มเติม (Expansion Slot) …

    §         ช่องเสียบอุปกรณ์เพิ่มเติม (Expansion Slot)

    เรียกกันทั่วไปว่า “สล๊อต” ทำหน้าที่ให้การ์ดขยาย เสียบเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างการ์ดขยายกับเมนบอร์ด

     

    การ์ดขยาย (Expansion Card) …

    §         การ์ดขยาย (Expansion Card)

    เป็นอุปกรณ์คล้ายบัตร หรือการ์ดขนาดใหญ่ จึงเรียกว่า การ์ดขยาย ทำหน้าที่เฉพาะด้าน เช่น การ์ดแสดงผล การ์ดเสียง เป็นต้น

    จานบันทึกข้อมูลแบบแข็ง (Hard Disk)

    §         จานบันทึกข้อมูลแบบแข็ง
    (Hard Disk)

    อุปกรณ์เก็บข้อมูลหลักของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีความจุข้อมูลมากกว่าฟลอปปี้ดิสก์ ติดตั้งภายในตัวเครื่อง ปัจจุบันมีความจุในระดับกิกะไบต์ (คาดว่าจะมีความจุระดับ Tarabyteในอนาคตอันใกล้) เวลาเปิดเครื่องใช้งาน โปรแกรมจะถูกอ่านจากฮาร์ดดิสก์ไปยังแรม

    อุปกรณ์อื่นๆ…

    CD-ROM Drive…

    อุปกรณ์เล่นแผ่นซีดีรอม โดยคอมพิวเตอร์ จะอ่านข้อมูลที่บันทึกในแผ่นซีดี และแสดงผลออกมาทางจอภาพ

    Floppy Drive…

    ช่องสำหรับอ่านแผ่นบันทึกข้อมูล (ปัจจุบันขนาด 3.5 นิ้ว)  คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ยังจำเป็นต้องมีไดรฟ์ชนิดนี้  แต่มีแนวโน้มว่าจะหมดยุคของฟลอปปี้ไดรฟ์ในอีกไม่กี่ปี

    Power Supply

    ติดตั้งอยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ด้านหลังทำหน้าที่แปลงระดับแรง ดันไฟฟ้าที่ใช้ตามบ้านหรือไฟฟ้าทั่วไปให้เหมาะกับที่ใช้ในคอมพิวเตอร์

12 ก.ย.
2013

ชุดประจำชาติอาเซียน

ชุดประจําชาติอาเซียน 10 ประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2012 เวลา 14:59 น. | เขียนโดย Administrator

1. ชุดประจำชาติของประเทศมาเลเซีย

สำหรับชุดประจำชาติมาเลเซียของผู้ชาย เรียกว่า บาจู มลายู (Baju Melayu) ประกอบด้วยเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่ทำจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย หรือโพลีเอสเตอร์ที่มีส่วนผสมของผ้าฝ้าย ส่วนชุดของผู้หญิงเรียกว่า บาจูกุรุง (Baju Kurung) ประกอบด้วยเสื้อคลุมแขนยาว และกระโปรงยาว

2. ชุดประจำชาติของประเทศเวียดนาม

อ่าวหญ่าย (Ao dai) เป็นชุดประจำชาติของประเทศเวียดนามที่ประกอบไปด้วยชุดผ้าไหมที่พอดีตัวสวมทับกางเกงขายาวซึ่งเป็นชุดที่มักสวมใส่ในงานแต่งงานและพิธีการสำคัญของประเทศ มีลักษณะคล้ายชุดกี่เพ้าของจีน ในปัจจุบันเป็นชุดที่ได้รับความนิยมจากผู้หญิงเวียดนาม ส่วนผู้ชายเวียดนามจะสวมใส่ชุดอ่าวหญ่ายในพิธีแต่งงาน หรือพิธีศพ

3. ชุดประจำชาติของประเทศพม่า

ชุดประจำชาติของชาวพม่าเรียกว่า ลองยี (Longyi) เป็นผ้าโสร่งที่นุ่งทั้งผู้ชายและผู้หญิง ในวาระพิเศษต่าง ๆ ผู้ชายจะใส่เสื้อเชิ้ตคอปกจีนแมนดารินและเสื้อคลุมไม่มีปก บางครั้งจะใส่ผ้าโพกศีรษะที่เรียกว่า กอง บอง (Guang Baung) ด้วย ส่วนผู้หญิงพม่าจะใส่เสื้อติดกระดุมหน้าเรียกว่า ยินซี (Yinzi) หรือเสื้อติดกระดุมข้างเรียกว่า ยินบอน (Yinbon) และใส่ผ้าคลุมไหล่ทับ

4. ชุดประจำชาติของประเทศบรูไน                                                                                                                                                                                                                                                                                                                      

ชุดประจำชาติของบรูไนคล้ายกับชุดประจำชาติของผู้ชายประเทศมาเลเซีย เรียกว่า บาจู มลายู (Baju Melayu) ส่วนชุดของผู้หญิงเรียกว่า บาจูกุรุง (Baju Kurung) แต่ผู้หญิงบรูไนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใส โดยมากมักจะเป็นเสื้อผ้าที่คลุมร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ส่วนผู้ชายจะแต่งกายด้วยเสื้อแขนยาว ตัวเสื้อยาวถึงเข่า นุ่งกางเกงขายาวแล้วนุ่งโสร่ง เป็นการสะท้อนวัฒนธรรมสังคมแบบอนุรักษ์นิยม เพราะบรูไนเป็นประเทศมุสสิม จึงต้องแต่งกายมิดชิดและสุภาพ

5. ชุดประจำชาติของประเทศลาว                                                                                                                                                                                                                                                                                                                      

ผู้หญิงลาวนุ่งผ้าซิ่น และใส่เสื้อแขนยาวทรงกระบอก สำหรับผู้ชายมักแต่งกายแบบสากล หรือนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อชั้นนอกกระดุมเจ็ดเม็ด คล้ายเสื้อพระราชทานของไทย                                                                                                                                                    

6. ชุดประจำชาติของประเทศอินโดนีเซีย

เกบาย่า (Kebaya) เป็นชุดประจำชาติของประเทศอินโดนีเซียสำหรับผู้หญิง มีลักษณะเป็นเสื้อแขนยาว ผ่าหน้า กลัดกระดุม ตัวเสื้อจะมีสีสันสดใส ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ ส่วนผ้าถุงที่ใช้จะเป็นผ้าถุงแบบบาติก ส่วนการแต่งกายของผู้ชายมักจะสวมใส่เสื้อแบบบาติกและนุ่งกางเกงขายาวหรือเตลุก เบสคาพ (Teluk Beskap) ซึ่งเป็นการแต่งกายแบบผสมผสานระหว่างเสื้อคลุมสั้นแบบชวาและโสร่ง และนุ่งโสร่งเมื่ออยู่บ้านหรือประกอบพิธีละหมาดที่มัสยิด

7. ชุดประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์                                                                                                                                                                                                                                                                                                               

ผู้ชายจะนุ่งกางเกงขายาวและสวมเสื้อที่เรียกว่า บารอง ตากาล็อก (barong Tagalog) ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าใยสัปปะรด มีบ่า คอตั้ง แขนยาว ที่ปลายแขนเสื้อที่ข้อมือจะปักลวดลาย ส่วนผู้หญิงนุ่งกระโปรงยาว ใส่เสื้อสีครีมแขนสั้นจับจีบยกตั้งขึ้นเหนือไหล่คล้ายปีกผีเสื้อ เรียกว่า บาลินตาวัก (balintawak) 

8. ชุดประจำชาติของประเทศไทย                                                                                                                                                                                                                                                                                                                      

สำหรับชุดประจำชาติอย่างเป็นทางการของไทย รู้จักกันในนามว่าชุดไทยพระราชนิยม”โดยชุดประจำชาติสำหรับสุภาพบุรุษ จะเรียกว่าเสื้อพระราชทาน”                                                                                                                                                                     

สำหรับสุภาพสตรีจะเป็นชุดไทยที่ประกอบด้วยสไบเฉียง ใช้ผ้ายกมีเชิงหรือยกทั้งตัว ซิ่นมีจีบยกข้างหน้า มีชายพกใช้เข็มขัดไทยคาด ส่วนท่อนบนเป็นสไบ จะเย็บให้ติดกับซิ่นเป็นท่อนเดียวกันหรือ จะมีผ้าสไบห่มต่างหากก็ได้ เปิดบ่าข้างหนึ่ง ชายสไบคลุมไหล่ ทิ้งชายด้านหลังยาวตามที่เห็นสมควร ความสวยงามอยู่ที่เนื้อผ้าการเย็บและรูปทรงของผู้ที่สวม ใช้เครื่องประดับได้งดงามสมโอกาสในเวลาค่ำคืน                                                                                                                                                                                                                                                  

 

9. ชุดประจำชาติของประเทศกัมพูชา

ชุดประจำชาติของกัมพูชาคือ ซัมปอต (Sampot) หรือผ้านุ่งกัมพูชา ทอด้วยมือ มีทั้งแบบหลวมและแบบพอดี คาดทับเสื้อบริเวณเอว ผ้าที่ใช้มักทำจากไหมหรือฝ้าย หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ซัมปอตสำหรับผู้หญิงมีความคล้ายคลึงกับผ้านุ่งของประเทศลาวและไทย ทั้งนี้ ซัมปอดมีหลายแบบซึ่งจะแตกต่างกันไปตามชนชั้นทางสังคมของชาวกัมพูชา ถ้าใช้ในชีวิตประจำวันจะใช้วัสดุราคาไม่สูง ซึ่งจะส่งมาจากประเทศญี่ปุ่น นิยมทำลวดลายตามขวาง ถ้าเป็นชนิดหรูหราจะทอด้ายเงินและด้ายทอง

10. ชุดประจำชาติประเทศสิงคโปร์

สิงคโปร์ไม่มีชุดประจำชาติเป็นของตนเอง เนื่องจากประเทศสิงคโปร์แบ่งออกเป็น 4 เชื้อชาติหลัก ๆ ได้แก่ จีน มาเลย์ อินเดีย และชาวยุโรป ซึ่งแต่ละเชื้อชาติก็มีชุดประจำชาติเป็นของตนเอง เช่น ผู้หญิงมลายูในสิงคโปร์ จะใส่ชุดเกบาย่า (Kebaya) ตัวเสื้อจะมีสีสันสดใส ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ หากเป็นชาวจีน ก็จะสวมเสื้อแขนยาว คอจีน เสื้อผ้าหน้าซ่อนกระดุม สวมกางเกงขายาว โดยเสื้อจะใช้ผ้าสีเรียบหรือผ้าแพรจีนก็ได้

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                          

15 ส.ค.
2013

หวัดดีเพื่อน 2/11

ยินดีต้อนรับสู่เวิร์ดเพรส นี่เป็นเรื่องแรกของคุณ คุณสามารถแก้ไขหรือลบมันได้ แล้วเริ่มการสร้างบล็อกของคุณ ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับเวิร์ดเพรส คุณสามารถขอความช่วยเหลือได้ที่เว็บบอร์ดเวิร์ดเพรส หรือคู่มือเวิร์ดเพรส

Follow Me!

Follow Me! Follow Me! Follow Me! Follow Me!