การดูแลและบำรุงรักษา อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

การรับประกันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์จะมีอายุการรับประกันการใช้งานต่างกันไป เช่น แรม รับประกันตลอดอายุการใช้งาน (Life Time) ฮาร์ดดิสก์ 1-5 ปี การรับประกันที่นานขึ้นส่งผลให้ราคาสูงขึ้น อุปกรณ์บางชนิดจะมีสติ๊กเกอร์รับประกันติดมา หากฉีกขาดจะทำให้การประกันสิ้นสุดลง จึงควรระมัดระวังในการเลือกซื้ออุปกรณ์

ข้อแนะนำการดูแลและบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น

  1. ไม่ควรเปิดฝาเครื่องคอมพิวเตอร์โดยไม่จำเป็น
  2. ไม่ควรตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ในที่มีอุณหภูมิสูง
  3. ไม่ควรตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ใกล้ประตู หน้าต่าง
  4. ไม่ควรวางจอคอมพิวเตอร์ใกล้สนามแม่เหล็ก หรือลำโพงตัวใหญ่ๆ
  5. ควรมีเครื่องสำรองไฟ ยูพีเอส (Uninterruptible Power Supply :UPS)
  6. ควรตั้งโหมดประหยัดพลังงานให้กับเครื่อง เพื่อถนอมอายุการใช้งาน
  7. ไม่ควรวางของเหลวใกล้คอมพิวเตอร์
  8. ไม่ควรปิดเครื่องโดยการกดสวิตช์ปิด

การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นของพีซี

  1. เครื่องหยุดการทำงานขณะใช้อยู่
  • สาเหตุ  
    แหล่งจ่ายไฟกำลังไฟฟ้าไม่พอ อาจเกิดจากมีอุปกรณ์ต่อพ่วงอยู่กับคอมพิวเตอร์จำนวนมาก
  • การแก้ไข
    นำอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นออกไป หรือเปลี่ยนแหล่งจ่ายไฟที่กำลังมากขึ้น
  1. เปิดเครื่องแล้วปรากฏข้อความว่า
    “DISK BOOT FAILURE, INSERT DISK SYSTEM PRESS ENTER”
  • สาเหตุ  
    เครื่องบูตไม่พบฮาร์ดดิสก์ หรือระบบปฏิบัติการเสียหาย
  • การแก้ไข
    ตรวจสอบโปรแกรมในไบออสว่าบูตฮาร์ดดิสก์ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ หรือลง OSใหม่
  1. อ่านหรือเขียนแผ่น ซีดี / ดีวีดี ไม่ได้
  • สาเหตุ 
    หัวอ่านเลเซอร์ของไดร์ฟสกปรก
  • การแก้ไข 
    ใช้แผ่นซีดีทำความสะอาดหัวอ่าน
  1. เครื่องรีสตาร์ต (Restart)เองขณะใช้งาน
  • สาเหตุ   
    ซีพียูมีความร้อนสูง
  • การแก้ไข
    ตรวจสอบพัดลมซีพียูว่าทำงานหรือไม่ สายที่ต่อแน่นหรือไม่

การประยุกต์ใช้ระบบเครือข่ายและคอมพิวเตอร์

การประยุกต์ใช้งานของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีการใช้งานต่าง ๆ อาจยกตัวอย่างๆ ได้ เช่น
บริการกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bulletin Boards services)
กระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นบริการแลกเปลี่ยนข่าวสารรวมทั้งแสดงความคิดเห็นผ่านกระดานข่าวของกลุ่มแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้สนใจสามารถเข้ามาชมและฝากข้อความไว้ได้ ทำให้ข่าวสารสามารถแลกเปลี่ยนได้ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
จดหมายและจดหมายเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail and Vioce Mail)
ระบบการส่งจดหมายทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการส่งข่าวสารโดยระบุตัวผู้รับเช่นเดียวกับการส่งจดหมาย แต่ผู้รับจะได้จดหมายอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นการส่งผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกัยอยู่ ส่วนระบบจดหมายเสียงจะเป็นจดหมายที่ผู้รับสามารถรับฟังเสียงที่ฝากมากได้ด้วย
การประชุมระยะไกลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Teleconference)
การประชุมทางไกลผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นเรื่องที่ได้ความสนใจมากที่สุดเรื่องหนึ่งในขณะนี้ โดยผู้ใช้จะสามารถร่วมประชุมกันได้ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปผ่านระบบเครือข่าย ไม่ว่าผู้ใช้งานแต่ละคนอยู่ไกลกันเพียงใดก็ตาม ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และยังเป็นการหระหวัดเวลาของผู้ร่วมประชุมแต่ละคนด้วย รวมทั้งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ใช้ตรวจรักษาโรคผ่านระบบประชุมทางไกล หรือใช้ในการเรียนการสอน เป็นต้น
บริการสารสนเทศทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Information services)
การบริการสนเทศ เป็นประโยชน์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยผู้ให้บริการจะสามารถบริการสารสนเทศที่มีความสำรัญและเป็นที่ต้องการของผู้ใช้ ผ่านทางเครือข่าย ซึ่งผู้ใชจะสามารถเรียกดูสารสนเทศเหล่านั้นได้ทันทีทันใดและตลอด 24 ชั่วโมง
การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเลคทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange – EDI)
ระบบ EDI จะเป็นกระบวนการที่ช่วยให้องค์กรทางธุรกิจต่าง ๆ สามารถแลกเปลี่ยนเอกสารที่เป็นแบบฟอร์มาตรฐานต่าง ๆ เช่น ใบส่งของ ใบสั่งซื้อ หรืออื่น ๆ ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถลดการใช้แบบฟอร์มที่เป็นกระดาษ ลดการป้อนข้อมูลซ้ำซ้อน รวมทั้งเพิ่มความเร็วและลดความผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานของมนุษย์ด้วยมาตรฐานอีดีไอที่ยอมรับใช้งานกันทั่วโลกได้เกิดขึ้นในปี 1987 โดยองค์กรการสหประชาชาติได้พัฒนามาตรฐานที่มีชื่อว่า UN/EDIFACT (United Nations/EDI for Administration Commerce and Transportation) และองค์กร ISO ก็ได้ยอมรับและกำหนดชื่อให้เป็น ISO 9735 ในประเทศไทยก็เริ่มมีองค์การที่มีการนำระบบ EDI มาใช้แล้ว และคาดว่าจะเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต
การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Funds Transfer -EFT)
การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Funds Transfer) เข้า-ออกหรือระหว่างบัญชีของธนาคาร เป็นการประยุกต์ใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่พบได้ในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในปัจจุบันก็คือการฝาก-ถอนเงินผ่านเครื่อง ATM (Automated teller machine) รวมทั้งระบบการโอนเงินระหว่างบัญชี ไม่ว่าจะทำผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารหรือผ่านระบบธนาคารทางโทรศัพท์ก็ตาม
การสั่งซื้อสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Shopping)
บริการการสั่งซื้อสินค้าทางอิเล็กทรอนิคส์ กล่าวได้ว่าเป็นแนวโน้มของการค้าโลกในยุคต่อไป ผู้ซื้อสามารถสั่งซื้อสินค้าจากบ้านหรือที่ทำงาน โดยดูลักษณะของสินค้าจากภาพที่ส่งมาแสดงที่หน้าจอ และผู้ค้าสามารถได้รับเงินจากผู้ซื้อด้วยบริการโอนเงินทางอิเลคทรอนิกส์แบบต่าง ๆ ทันที

อุปกรณ์เครือข่าย การเข้าหัวสาย LAN

วิธีการเข้าหัวสายแลน ( RJ-45 )
การเข้าแบบสายตรง  เป็นการเชื่อมต่อแบบต่างอุปกรณ์ เช่น การใช้สายต่อกันระหว่าง คอมพิวเตอร์ กับ Switch หรือ HUB

แบบสายตรง
- ปลายสายด้านที่ 1
1. ขาวส้ม
2. ส้ม
3. ขาวเขียว
4. น้ำเงิน
5. ขาวน้ำเงิน
6. เขียว
7. ขาวน้ำตาล
8. น้ำตาล

- ปลายสายด้านที่ 2
1. ขาวส้ม
2. ส้ม
3. ขาวเขียว
4. น้ำเงิน
5. ขาวน้ำเงิน
6. เขียว
7. ขาวน้ำตาล
8. น้ำตาล

แบบสายไขว์
- ปลายสายด้านที่ 1
1.ขาวเขียว
2.เขียว
3.ขาวส้ม
4.น้ำเงิน
5.ขาวน้ำเงิน
6.ส้ม
7.ขาวน้ำตาล
8.น้ำตาล


- ปลายสายด้านที่ 2
1.ขาวเขียว
2.เขียว
3.ขาวส้ม
4.น้ำเงิน
5.ขาวน้ำเงิน
6.ส้ม
7.ขาวน้ำตาล
8.น้ำตาล

วิธีการเข้าหัวสายแลน ( RJ-45 ) แบบสายตรง และสายไขว์

วิธีการเข้าหัวสายแลน
1. สาย CAT5 (สายแลน) ตามความยาวที่ต้องการ แต่ไม่ควรเกิน 100 m.

images

2. คริมเข้าหัว RJ-45

OS671571

3. หัว RJ-45 ใช้สองหัว ต่อหนึ่งเส้น

images23

ต่อไปมาดูวิธีการเข้าหัวกัน
1. ปลอกเปลือกนอกของสาย CAT5 ออก โดยห่างจากปลายสายประมาณ 2-3 cm.
ใช้คัตเตอร์หรือมีดปลอกเปลือกที่มากับคริม

images56

ระวังอย่าให้สายข้างในขาด สายภายในจะเป็นเกรียวกันเป็นคู่ สี่คู่ สี่สี

xYR71621

2. คลายเกรียวออกทั้งหมด

0R471638

 3. จับเลียงลำดับสายใหม่ดังนี้
หากต้องการทำสายตรง (ใช้สำหรับเครื่องคอมไป Hub)
ให้เรียงสีดังนี้ทั้งสองข้าง
ขาวส้ม ส้ม ขาวเขียว ฟ้า ขาวฟ้า เขียว ขาวน้ำตาล น้ำตาล

FRR71652

ส่วนสายครอส ให้เรียงตามนี้ข้างหนึ่ง (สำหรับต่อคอมกับคอม)
ขาวเขียว ส้ม ขาวส้ม ฟ้า ขาวฟ้า เขียว ขาวน้ำตาล น้ำตาล
และอีกข้างหนึ่ง
ขาวส้ม เขียว ขาวเขียว ฟ้า ขาวฟ้า ส้ม ขาวน้ำตาล น้ำตาล

4. หลังจากเรียงสายเรียบร้อยแล้ว จับสายที่เรียงให้แน่น อย่าให้สลับ
แล้วสอดเข้าหัว RJ-45 ให้สุดปลอก

7QK71671

ดูว่าสายทุกสีเข้าจนสุดปลอกแล้ว

C3t71684

5. นำสายพร้อมปลอกเข้าคริมแล้วบีบสุดแรงเกิด

xiT71696

เข้าหัว RJ 45 แบบสายตรงที่เสร็จสมบูรณ์

gdjack

เข้าหัว RJ 45 แบบไขว์แบบสมบูรณ์

xoverjack

การแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น

1)       กำลังไฟ

ปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้

สาเหตุ : ไม่ได้ต่อคอมพิวเตอร์ลงเต้าเสียบที่ด้านหลัง

การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าสายไฟนั้นเสียบอยู่ที่เต้าเสียบไปบนฝาผนัง และไฟ AC บนฝาผนังที่ลงสายกราวนด์ของคอมพิวเตอร์อย่างแน่นหนา

ปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้

สาเหตุ : คอมพิวเตอร์อาจอยูในโหมด Sleep

การแก้ปัญหา :ตรวจสอบว่าปุ่ม เปิดเครื่องด่วน นั้นสว่างอยู่ และมีไฟสีเหลืองอำพัน ถ้าเป็นเช่นนั้น ให้กดปุ่มดังกล่าวเพื่อออกจากโหมด Sleep

 

2)       ฮาร์ดดิส

ปัญหา : ข้อความแสดงการผิดพลาดเกี่ยวกับดิสก์ที่ไม่สามารถบูตได้

สาเหตุ : คอมพิวเตอร์พยายามเริ่มระบบจากดิสเก็ตต์ที่ไม่มีซอฟต์แวร์ สำหรับเริ่มระบบ

การแก้ปัญหา : นำแผ่นดิสเก็ตต์ออกจากไดร์ฟเมื่อไฟแสดงสถานะบนไดร์ฟดับ แล้วทำต่อๆ ไป โดยการกดคีย์ใด ๆ

 

3)       แป้นพิมพ์

ปัญหา : การทำงานของฮาร์ดไดร์ฟช้าลง

สาเหตุ : ไฟล์ข้อมูลที่เก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ อาจอยู่กระจัดกระจาย

การแก้ปัญหา : ตรวจสอบส่วนของข้อมูลที่หายไปโดยการรันโปรแกรม Disk Defragmenter เพื่อที่จะรันโปรแกรม Disk Defragmenter จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้ คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จากนั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ Disk Defragmenter

ปัญหา : ไฟแสดงการทำงานของฮาร์ดไดร์ฟสว่างแต่ไม่กระพริบ

สาเหตุ : ไฟล์ข้อมูลที่เก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ของคุณ อาจจะเสียหาย

การแก้ปัญหา : ตรวจสอบส่วนของข้อมูลที่หายไปโดยการรันโปรแกรม Disk Defragmenter และเพื่อที่จะรันโปรแกรม Disk Defragmenter6 จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จากนั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ Disk Defragmenter

 

4)       ซีดีรอม

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้

สาเหตุ : ไม่ได้วางซีดีในไดร์ฟในตำแหน่งที่ถูกต้อง

การแก้ปัญหา : ถ้าคุณมีซีดีไดร์ฟแบบโหลดด้วยถาด ให้กดปุ่มนำแผ่นซีดีออก แล้วค่อย ๆ กดแผ่นซีดีลงในตำแหน่ง

ที่เหมาะสมจากนั้นโหลดแผ่นเข้าไปใหม่

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้

สาเหตุ : ระบบไม่รู้จักซีดีไดร์ฟ

การแก้ปัญหา : ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วคอยอย่างน้อย 30 วินาที จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์ ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้

สาเหตุ : ใส่แผ่นซีดีกลับข้าง

การแก้ปัญหา : นำแผ่นซีดีออก แล้วพลิกแผ่นซีดีกลับ จากนั้นโหลดเข้าไปใหม่

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้

สาเหตุ : แผ่นซีดีสกปรก

การแก้ปัญหา : ทำความสะอาดแผ่นซีดีด้วยชุดทำความสะอาด

 

5)       ดิสก์ไดร์ฟ

ปัญหา : ไฟแสดงสถานะของดิสเก็ตต์สว่างอยู่ตลอดเวลา

สาเหตุ : มีการใส่แผ่นดิสเก็ตต์อย่างไม่เหมาะสม

การแก้ปัญหา : นำแผ่นดิสเก็ตต์ออก แล้วใส่เข้าไปใหม่แผ่นดิสเก็ตต์เกิดความเสียหาย ใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอื่น หรือตรวจสอบแผ่นดิสเก็ตต์โดยการรันโปรแกรม ScanDiskและเพื่อที่จะรันโปรแกรม ScanDiskจากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จาก นั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ ScanDiskซอฟต์แวร์

ปัญหา : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถเขียนลงแผ่นดิสเก็ตต์ได้

สาเหตุ : แผ่นดิสเก็ตต์ยังไม่ได้ฟอร์แมต

การแก้ปัญหา : ให้ฟอร์แมตแผ่นดิสเก็ตต์

ปัญหา : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถเขียนลงแผ่นดิสเก็ตต์ได้

สาเหตุ : ดิสเก็ตต์ไดร์ฟมีการป้องกันการเขียน (Write-Protected)

การแก้ปัญหา : ยกเลิกการป้องกันการเขียน หรือใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอื่นที่ไม่มีการป้องกันการเขียน

และเพื่อที่จะยกเลิกการป้องกันการเขียน ให้เลื่อนแผ่นสีดำที่ด้านหลังของแผ่นดิสเก็ตต์เพื่อปิดรู

ปัญหา : การเขียนข้อมูลลงไดร์ฟที่ไม่ถูกต้อง

สาเหตุ : ตรวจสอบตัวอักษรของไดร์ฟในสเตทเมนท์ของพาธ

การแก้ปัญหา : พรอมต์ A:\>แสดงว่าเรากำลังทำงานจากไดร์ฟ A ส่วนพรอมต์ C:\>แสดงว่าเรากำลังทำงานจากฮาร์ดไดร์ฟ

ปัญหา : ไม่มีเนื้อที่เพียงพอบนแผ่นดิสเก็ตต์ ดิสเก็ตต์ออก หรือใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอื่น

สาเหตุ : ลบข้อมูลบางส่วนที่เก็บอยู่บนแผ่น

การแก้ปัญหา : ระมัดระวังอย่าลบข้อมูลสำคัญที่เก็บอยู่บนแผ่นดิสเก็ตต์โดยบังเอิญ

ปัญหา : ดิสก์เก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถอ่านแผ่นดิสเก็ตต์

สาเหตุ : แผ่นดิสเก็ตต์ ยังไม่ได้ฟอร์แมต

การแก้ปัญหา : ให้ฟอร์แมตแผ่นฮาร์ดแวร์

6)       อุปกรณ์ใหม่

ปัญหา: คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์

สาเหตุ : ไม่ได้ตั้งค่าคอนฟิกคอมพิวเตอร์ของคุณหลังจากติดตั้งอุปกรณ์ใหม่

การแก้ปัญหา : ถ้าเป็นอุปกรณ์แบบพลักแอนด์เฟลย์ วินโดวส์จะรู้จักอุปกรณ์นั้นและตั้งค่า

คอนฟิกให้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ใช่พลักแอนด์เฟลย์ให้อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับอุปกรณ์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งค่าคอนฟิก

ปัญหา: คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์

สาเหตุ : สายเคเบิลที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่เข้ากับคอมพิวเตอร์นั้นหลวม หรือยังไม่ได้เสียบสายไฟของอุปกรณ์

การแก้ปัญหา : เสียบสายไป และตรวจดูว่าอุปกรณ์นั้นต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์อย่างแน่นหนา

ปัญหา: คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์

สาเหตุ : เมื่อคอมพิวเตอร์แนะนำคุณให้เปลี่ยนแปลงค่าคอนฟิเกอเรชันของระบบ

การแก้ปัญหา : ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง คุณจะเห็นข้อคุณไม่ได้ยอมรับการ

เปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

7)       จอภาพ

ปัญหา : อักษรต่าง ๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอมืดมัว

สาเหตุ : ไม่ได้ปรับตัวควบคุมความสว่างอย่างเหมาะสม

การแก้ปัญหา : ปรับตัวควบคุมความสว่างที่อยู่บนหน้าจอ

ปัญหา : หน้าจอว่างเปล่า

สาเหตุ : สายเคเบิลที่ต่อเชื่อมจอภาพเข้ากับ คอมพิวเตอร์นั้นหลวมยังหรือไม่ได้เสียบสายจอภาพ

การแก้ปัญหา : เสียบสายไป และตรวจดูให้แน่ใจว่าช่องเสียบจอภาพนั้นเชื่อมต่ออยู่กับ คอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสมและแน่นพอ

ปัญหา : หน้าจอว่างเปล่า

สาเหตุ : คุณได้ติดตั้งยูทิลิตีที่ทำให้หน้าจอว่างเปล่า

การแก้ปัญหา : กดคีย์ใด ๆ หรือเคลื่อนไหวเมาส์ หน้าจอปัจจุบันจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ปัญหา :หน้าจอว่างเปล่า

สาเหตุ : คอมพิวเตอร์อยู่ในโหมด Sleep

การแก้ปัญหา : กดปุ่ม เปิดเครื่องด่วน หน้าจอปัจจุบันจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ปัญหา : จอภาพร้อนเกินไป

สาเหตุ : พื้นที่สำหรับระบายอากาศไม่เพียงพอให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

การแก้ปัญหา : เว้นพื้นที่ให้มีข้องระบายอากาศอย่างน้อย 3 นิ้ว (7.6 ซม.) ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มี อะไรปิดอยู่ด้านบนของจอภาพที่ขัดขวางการหมุนเวียนของอากาศ

8)       เมาส์

ปัญหา : เมาส์ไม่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว

สาเหตุ : สายเมาส์เสียบไม่แน่นหนาในช่องเสียบที่ถูกต้อง ซึ่งอยู่ด้านหลังของคอมพิวเตอร์

การแก้ปัญหา : ตรวจสอบและเสียบสายเมาส์ให้แน่น

ปัญหา : เมาส์ไม่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว

สาเหตุ : ไม่ได้ติดตั้งไดร์ฟเวอร์ของเมาส์ หรือ ติดตั้งไดร์ฟเวอร์ที่ไม่ถูกต้อง

การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าได้ติดตั้งไดร์ฟเวอร์ของเมาส์ที่ถูกต้อง จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ให้คลิกที่ปุ่ม Start จากนั้น ชี้ไปที่ Settings แล้วคลิกที่ Control Panel เมื่อเห็นหน้าต่าง Control Panel ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Mouse แล้วคลิกที่แท็บ General

9)       เครื่องพิมพ์

ปัญหา : เครื่องพิมพ์ไม่ทำงาน

สาเหตุ : ไม่ได้เสียบสายไฟของเครื่องพิมพ์ หรือไม่ได้เสียบสายเคเบิลของเครื่องพิมพ์

การแก้ปัญหา : ตรวจสอบปลายทั้งสองด้านของเครื่องพิมพ์ และสายไฟของเครื่องพิมพ์ว่ามีการเชื่อมต่ออย่างเหมาะสมหรือไม่ อย่างถูกต้องและแน่นหนา

ปัญหา : เครื่องพิมพ์ไม่พิมพ์

สาเหตุ : ไม่ได้เปิดเครื่องพิมพ์

การแก้ปัญหา : เปิดเครื่องพิมพ์

ปัญหา : เครื่องพิมพ์ไม่พิมพ์

สาเหตุ : เครื่องพิมพ์ไม่ได้อยู่ในโหมด ออนไลน์

การแก้ปัญหา : ตั้งค่าเครื่องพิมพ์ให้อยู่ในโหมดออนไลน์ เครื่องพิมพ์บางเครื่องมีปุ่มหรือ ตัวควบคุมอยู่บนแผงด้านหน้าสำหรับเปลี่ยนไปมาระหว่างโหมดออนไลน์และโหมดออฟไลน์ ถ้าเครื่องพิมพ์มีปุ่มหรือสวิตช์ ออนไลน์/ออฟไลน์ ให้เลือก ออนไลน์

ปัญหา : เครื่องพิมพ์พิมพ์ข้อมูลออกมาเป็นขยะ

สาเหตุ : ไม่ได้ติดตั้งหรือเลือกไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์ที่ถูกต้อง

การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่ามีการติดตั้งและเลือกไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์ที่ถูกต้อง ไดรเวอร์ที่ถูกต้องของเครื่องพิมพ์มักจะระบุโดยชื่อของเครื่องพิมพ์

ปัญหา : เครื่องพิมพ์พิมพ์ข้อมูลออกมาเป็นขยะ

สาเหตุ : สายไฟของเครื่องพิมพ์ไม่ได้เชื่อมต่ออย่างเหมาะสม

การแก้ปัญหา :ให้อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ แล้วเชื่อมต่อสายไฟใหม่อีกครั้งหนึ่ง

 

10)       หน่วยความจำ

ปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้

สาเหตุ : คอมพิวเตอร์โมดูลหน่วยความจำผิดชนิด

การแก้ปัญหา : การใช้โมดูลหน่วยความจำอื่นอาจมีผลทำให้การเริ่มระบบยากขึ้นเมื่อคุณอัปเกรดเครื่องคอมพิวเตอร์ คุณจะต้องใช้หน่วยความจำ EDO 60 นาโนวินาที

ปัญหา : หน่วยความจำไม่เพียงพอที่จะรันโปรแกรม

สาเหตุ : หน่วยความจำไม่ได้รับการตั้งค่าคอนฟิกอย่างเหมาะสมสำหรับโปรแกรม

การแก้ปัญหา : โปรแกรมจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำจำนวนหนึ่งในการรัน ปิดโปรแกรม ใด ๆ ที่กำลังใช้อยู่เพื่อที่จะดูว่าโปรแกรมดังกล่าวจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำเท่าใด ให้อ่าน เอกสารที่มาพร้อมกับโปรแกรมนั้น

ปัญหา : คอมพิวเตอร์แสดงข้อความว่า out of memory

สาเหตุ : ค่าคอนฟิเกอเรชันของหน่วยความจำตั้งค่าที่ไม่ถูกต้อง , หน่วยความจำไม่พอในการรัน

การแก้ปัญหา : ปิดโปรแกรมที่คุณกำลังใช้อยู่ อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับโปรแกรมเพื่อดูข้อกำหนดเกี่ยวกับหน่วยความจำ คุณอาจต้องซื้อและติดตั้งหน่วยความจำเพิ่มเติม

ปัญหา : คอมพิวเตอร์แสดงข้อความว่า Insufficient memory

สาเหตุ : หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์เหลือไม่เพียงพอที่จะรัน โปรแกรม

การแก้ปัญหา :โปรแกรมบางอย่างจะแอกทีฟอยู่ในแบ็กกราวด์เมื่อเราเปิดขึ้นมา โปรแกรมเหล่านี้ใช้หน่วยความจำบางส่วนถึงแม้ว่าจะรันอยู่ในแบ็กกราวด์ก็ตาม

11)       ระบบเสียง

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่มีเสียง

สาเหตุ : มีการปิดระบบเสียง

การแก้ปัญหา : คลิกที่ไอคอน Speaker บนทาสก์บาร์ของวินโดวส์ เมื่อบ็อกซ์ควบคุมระดับเสียง ปรากฏตรวจดูให้แน่ใจว่าเช็คบ็อกซ์ Mute ไม่มีเครื่องหมายใดอยู่มีการลดระดับเสียงให้เบาเพิ่ม ระดับเสียงโดยการกดปุ่มเพิ่มระดับเสียง (+)ที่ด้านหน้าของคอมพิวเตอร์ลำ โพงไม่ได้รับการ เชื่อมต่ออย่าง ตรวจดูให้แน่ในว่าลำโพงเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แน่นหนาหรือไม่

 

12)       ไวรัส

ไวรัสคอมพิวเตอร์ในโลกนี้มีนับล้านๆ ตัวแต่คุณรู้ใหมครับว่าโดยพื้นฐานของมันแล้วมาจากแหล่งกำเหนิดที่เหมือนๆ กันซึ่งเราสามารถแบ่งประเภทของไวรัสคอมพิวเตอร์ออกมา ได้ดังนี้

บูตเซกเตอร์ไวรัส (Boot Sector Viruses) หรือ Boot Infector Viruses

คือไวรัสที่เก็บตัวเองอยู่ในบูตเซกเตอร์ของดิสก์ การใช้งานของบูตเซกเตอร์ คือเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานขึ้นมาครั้งแรก เครื่องจะเข้าไปอ่านบูตเซกเตอร์ โดยในบูตเซกเตอร์จะมีโปรแกรมเล็ก ๆ ไว้ใช้ในการเรียกระบบปฏิบัติการขึ้นมาทำงาน

การทำงานของบูตเซกเตอร์ไวรัสคือ จะเข้าไปแทนที่โปรแกรมที่อยู่ในบูตเซกเตอร์ โดยทั่วไปแล้วถ้าติดอยู่ในฮาร์ดดิสก์ จะเข้าไปอยู่บริเวณที่เรียกว่า Master Boot Sector หรือ Partition Table ของฮาร์ดดิสก์นั้น ถ้าบูตเซกเตอร์ของดิสก์ใดมีไวรัสประเภทนี้ติดอยู่ ทุก ๆ ครั้งที่บูตเครื่องขึ้นมา เมื่อมีการเรียนระบบปฏิบัติการ จากดิสก์นี้ โปรแกรมไวรัสจะทำงานก่อนและเข้าไปฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำเพื่อเตรียมพร้อมที่จะทำงานตามที่ได้ถูกโปรแกรม มา ก่อนที่จะไปเรียนให้ระบบปฏิบัติการทำงานต่อไป ทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

โปรแกรมไวรัส (Program Viruses) หรือ File Intector Viruses

คือไวรัสอีกประเภทหนึ่งที่จะติดอยู่กับโปรแกรม ซึ่งปกติจะเป็นไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น COM หรือ EXE และบางไวรัสสามารถเข้าไปอยู่ในโปรแกรมที่มีนามสกุลเป็น SYS ได้ด้วยการทำงานของไวรัสประเภทนี้ คือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่ติดไวรัส ส่วนของไวรัสจะทำงานก่อนและจะถือโอกาสนี้ฝังตัวเข้าไ ปอยู่ในหน่วยความจำทันทีแล้วจึงค่อยให้โปรแกรมนั้นทำ งานตามปกติ เมื่อฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำแล้วหลังจากนี้หากมีการ เรียกโปรแกรมอื่น ๆ ขึ้นมาทำงานต่อ ตัวไวรัสจะสำเนาตัวเองเข้าไปในโปรแกรมเหล่านี้ทันที เป็นการแพร่ระบาดต่อไป นอกจากนี้ไวรัสนี้ยังมีวิธีการแพร่ระบาดอีกคือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่มีไวรัสติดอยู่ ตัวไวรัสจะเข้าไปหา โปรแกรมอื่น ๆ ที่อยู่ติดเพื่อทำสำเนาตัวเองลงไปทันที แล้วจึงค่อยให้โปรแกรมที่ถูกเรียกนั้นทำงานตามปกติต่อไป

ม้าโทรจัน (Trojan Horse)

คือโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาให้ทำตัวเหมือนว่าเป็นโปรแกรมธรรมดา ทั่ว ๆ ไป เพื่อหลอกล่อผู้ใช้ให้ทำการเรียนขึ้นมาทำงาน แต่เมื่อถูกเรียกขึ้นมา ก็จะเริ่มทำลายตามที่โปรแกรมมาทันที ม้าโทรจันบางตัวถูกเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งชุด โดยคนเขียนจะทำการตั้งชื่อโปรแกรมพร้อมชื่อรุ่นและคำ อธิบาย การใช้งาน ที่ดูสมจริง เพื่อหลอกให้คนที่จะเรียกใช้ตายใจ

จุดประสงค์ของคนเขียนม้าโทรจันคือเข้าไปทำอันตรายต่อ ข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่อง หรืออาจมีจุดประสงค์เพื่อที่จะล้วง เอาความลับของระบบคอมพิวเตอร์ ม้าโทรจันถือว่าไม่ใช่ไวรัส เพราะเป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาโดด ๆ และจะไม่มีการเข้าไปติดในโปรแกรมอื่นเพื่อสำเนาตัวเอง แต่จะใช้ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใช้ เป็นตัวแพร่ระบาดซอฟต์แวร์ที่มี ม้าโทรจันอยู่ในนั้นและนับว่าเป็นหนึ่งในประเภทของโปรแกรมที่มีความอันตรายสูง เพราะยากที่จะตรวจสอบและ สร้างขึ้นมาได้ง่าย ซึ่งอาจใช้แค่แบต์ไฟล์ก็สามารถโปรแกรมม้าโทรจันได้

โพลีมอร์ฟิกไวรัส (Polymorphic Viruses)

คือชื่อที่ใช้เรียกไวรัสที่มีความสามารถในการแปรเปล ี่ยนตัวเอง ได้เมื่อมีการสร้างสำเนาตัวเองเกิดขึ้น ซึ่งอาจได้ถึงหลายร้อยรูปแบบ ผลก็คือ ทำให้ไวรัสเหล่านี้ยากต่อการถูกตรวจจัดโดยโปรแกรมตรว จหาไวรัสที่ใช้วิธีการสแกนอย่างเดียว ไวรัสใหม่ ๆ ในปัจจุบันที่มีความสามารถนี้เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ ้นเรื่อย ๆ

สทิลต์ไวรัส (Stealth Viruses) เป็นชื่อเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการพรางตัวต่อกา รตรวจจับได้ เช่น ไฟล์อินเฟกเตอร์ ไวรัสประเภทที่ไปติดโปรแกรม ใดแล้วจะทำให้ขนาดของ โปรแกรมนั้นใหญ่ขึ้น ถ้าโปรแกรมไวรัสนั้นเป็นแบบสทิสต์ไวรัส จะไม่สามารถตรวจดูขนาดที่แท้จริงของโปรแกรมที่เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากตัวไวรัสจะเข้าไปควบคุมดอส เมื่อมีการใช้คำสั่ง DIR หรือโปรแกรมใดก็ตามเพื่อตรวจดูขนาดของโปรแกรม ดอสก็จะแสดงขนาดเหมือนเดิม ทุกอย่างราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

Macro viruses

คือไวรัสที่จะติดต่อกับไฟล์ซึ่งใช้เป็นต้นแบบ (template) ในการสร้างเอกสาร (documents หรือ spreadsheet) หลังจากที่ต้นแบบในการใช้สร้างเอกสาร ติดไวรัสแล้ว ทุก ๆ เอกสารที่เปิดขึ้นใช้ด้วยต้นแบบอันนั้นจะเกิดความเสี ยหายขึ้น

วิธีป้องกันไวรัส

·        อย่าเปิดอ่านอีเมลแปลก ๆ เวลาที่คุณเช็กอีเมลถ้าเผอิญเจออีเมล์ชื่อแปลกที่ไม่รู้จักให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าต้องมีไวรัสแน่นอน แม้ว่าชื่อหัวข้ออีเมลจะดูเป็นมิตรแค่ไหนก็อย่าเผลอกดเข้าไปเด็ดขาดล่ะ

·        ใช้โปรแกรมตรวจจับและกำจัดไวรัส (Anti-virus) ต้องยอมรับว่าไม่มีโปรแกรมตรวจจับและกำจัดไวรัสโปรแกรมใดสมบูรณ์แบบจะต้องอัพเดตโปรแกรมที่ใช้ตรวจจับและกำจัดไวรัสอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ครอบคลุมถึงไวรัสชนิดใหม่ ๆ

·        อย่าโหลดเกมส์มากเกินไป เกมคอมพิวเตอร์จากเว็บไซต์ต่าง ๆ อาจมีไวรัสซ่อนอยู่ไม่ควรโหลดมาเล่นมากเกินไปและควรโหลดจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้เท่านั้นบางทีเว็บไซต์จะมีเครื่องหมายบอกว่า “No virus หรือ Anti virus” อยู่แบบนี้ถึงจะไว้ใจได้

·        สแกนไฟล์ต่าง ๆ ทุกครั้งก่อนดาวน์โหลดไฟล์ทุกประเภท ควรทำการสแกนไฟล์ รวมทั้งข้อมูลจากภายนอกก่อนเข้ามาใช้ในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น CD, Diskette หรือ Handydrive ต้องใช้โปรแกรมค้นหาไวรัสเสียก่อน

·        หมั่นตรวจสอบระบบต่าง ๆ ควรตรวจสอบระบบต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอ เช่น หน่วยความจำ, การติดตั้งโปรแกรมใหม่ ๆ ลงไป, อาการแฮงค์ (Hang) ของเครื่องเกิดจากสาเหตุใด บ่อยครั้งหรือไม่ ซึ่งคุณอาจจะต้องติดตั้งโปรแกรมพวกบริการ (Utilities) ต่าง ๆ เพิ่มเติมในเครื่องด้วย

13)       ระบบเครือข่ายหรืออินเตอร์เน็ต

ปัญหา   :    เชื่อมต่อแลนไม่ติด

สาเหตุ   :  สายแลนหลวม หรือ เสียบไม่แน่น

วิธีแก้ไข  :  ถอดสายแลนออกแล้วเสียบใหม่

ปัญหา   :    เชื่อมต่อแลนไม่ติด

สาเหตุ  :  Disable net work  ไว้

วิธีแก้ไข :   start  >> control >> network connections >>คลิกขวาที่local area connection >>เลือก Enable

ปัญหา   :    เชื่อมต่อแลนไม่ติด

สาเหตุ  :  เซทค่า IP ไม่ถูกต้อง

วิธีแก้ไข  :  แก้ค่า IP ของเครื่อง โดยดูได้จากขั้นตอนการใช้งาน

ปัญหา   :    เชื่อมต่อแลนไม่ติด

 สาเหตุ  :  ระบบอยู่ในช่วงเวลารีเซท

 วิธีแก้ไข :  รอประมาณ 15-20 นาที ระบบจะทำงานอัตโนมัติ

ปัญหา   :  เชื่อมต่อติดแต่เข้าเว็บไม่ได้

สาเหตุ  :  Internet Explorer  เซทค่า  proxy  ไว้

วิธีแก้ไข  :  เปิด  IE. >> Tools >> Internet option >>เข้าไปที่แท็บ connection >>Lan settings >>เชคP ที่ช่อง                                    Automatically detect setting เพียงช่องเดียว/หรือเอาเครื่องหมายP ออกทุกช่องก็ได้เช่นกัน

ปัญหา   :  เชื่อมต่อติดแต่เข้าเว็บไม่ได้

สาเหตุ  :  Server ISP ล่ม , สายสัญญาณขาด

วิธีแก้ไข : แจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อทำการแจ้ง ISP ต่อไป แล้วรอจนกว่า ISP จะทำการแก้ไขเสร็จ

ปัญหา   :  เชื่อมต่อติดแต่เข้าเว็บไม่ได้

สาเหตุ  :  IE. ติดไวรัส

วิธีแก้ไข : เปลี่ยนไปใช้ web browser ตัวอื่น  เช่น  firefox3.5 หรือ google chromeหรือ Format เครื่อง ลงวินโดว์ใหม่

ปัญหา  :  เข้าได้บางเว็บ  บางเว็บเข้าไม่ได้

สาเหตุ  :  server web นั้นๆล่ม หรือ ปิดปรับปรุง

วิธีแก้ไข  :  รอเว็บเปิดดำเนินการ

ปัญหา  :  เข้าได้บางเว็บ  บางเว็บเข้าไม่ได้

สาเหตุ  :  เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ISP มีปัญหา

วิธีแก้ไข :  แจ้งผู้ดูแลระบบ

ปัญหา  :  เข้าได้บางเว็บ  บางเว็บเข้าไม่ได้

สาเหตุ  :  เป็นเว็บที่ถูก บล็อกไว้

วิธีแก้ไข  : ไม่สามารถใช้งานเว็บที่บล็อกไว้ได้ เนื่องจากอาจเป็นเว็บที่มี  malware ที่สามารถเข้ามาทำลายระบบ                                    หรือ ทำลายเครื่องของคุณได้ / เว็บบิทจะถูกบล็อกเป็นส่วนใหญ่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้กระทำผิด ตามพ.ร.บ. คอมฯ2550 โดยไม่รู้ตัว และเพื่อมิให้ระบบถูกใช้ Bandwidth มากเกินไป

 

การติดตั้งโปรแกรมประยุกต์

โปรแกรมประยุกต์ หรือ ซอฟท์แวร์ประยุกต์

           การที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการที่มีคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ทำให้มีการใช้ งานคล่องตัวขึ้น จนในปัจจุบันสามารถนำคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ติดตัวไปใช้งานในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก  การใช้งานคอมพิวเตอร์ต้องมีซอฟต์แวร์ประยุกต์ ซึ่งอาจเป็นซอฟต์แวร์สำเร็จที่มีผู้พัฒนาเพื่อใช้งานทั่วไป ทำให้ ทำงาน ได้สะดวกขึ้น หรืออาจเป็นซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ ซึ่งผู้ใช้เป็นผู้พัฒนาขึ้นเองเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการทำงาน ของตน

 

ซอฟต์แวร์สำเร็จ

ในบรรดาซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่มีใช้กันทั่วไป ซอฟต์แวร์สำเร็จ (package) เป็นซอฟต์แวร์ที่มีความนิยมใช้กันสูงมาก ซอฟต์แวร์สำเร็จเป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้น แล้วนำออกมาจำหน่าย เพื่อให้ผู้ใช้งานซื้อไปใช้ได้โดยตรง ไม่ต้องเสียเวลา ในการพัฒนาซอฟต์แวร์อีก ซอฟต์แวร์สำเร็จที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป และเป็นที่นิยมของผู้ใช้มี 5 กลุ่ม   ใหญ่ ได้แก่ ซอฟต์แวร์ประมวลคำ (word processing software) ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน (spread sheet software) ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (data base management software) ซอฟต์แวร์นำเสนอ (presentation software ) และซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล (data communication software)

1) ซอฟต์แวร์ประมวลคำ เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้สำหรับการพิมพ์เอกสาร สามารถแก้ไข เพิ่ม แทรก ลบ และจัดรูปแบบ เอกสารได้อย่างดี เอกสารที่พิมพ์ไว้จัดเป็นแฟ้มข้อมูล เรียกมาพิมพ์หรือแก้ไขใหม่ได้ การพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ก็มีรูปแบบ ตัวอักษรให้เลือกหลายรูปแบบ เอกสารจึงดูเรียบร้อยสวยงาม ปัจจุบันมีการเพิ่มขีดความสามารถของซอฟต์แวร์ประมวลคำอีก มากมาย ซอฟต์แวร์ประมวลคำที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน เช่น   วินส์เวิร์ด จุฬาจารึก โลตัสเอมิโปร

2)ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดคำนวณ การทำงานของซอฟต์แวร์ตารางทำงาน ใช้หลักการ เสมือนมีโต๊ะทำงานที่มีกระดาษขนาดใหญ่วางไว้ มีเครื่องมือคล้ายปากกา ยางลบ   และเครื่องคำนวณเตรียมไว้ให้เสร็จบน กระดาษ มีช่องให้ใส่ตัวเลข ข้อความหรือสูตร สามารถสั่งให้คำนวณตามสูตรหรือเงื่อนไขที่กำหนด ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ตาราง ทำงานสามารถ ประยุกต์ใช้งานประมวลผลตัวเลขอื่น ๆ ได้กว้างขวาง ซอฟต์แวร์ตารางทำงานที่นิยมใช้ เช่น เอกเซล โลตัส

3)ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล การใช้คอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งคือการใช้เก็บข้อมูล และจัดการกับข้อมูลที่จัดเก็บใน คอมพิวเตอร์ จึงจำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์จัดการข้อมูล การรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกันไว้ในคอมพิวเตอร์ เราก็ เรียก ว่าฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลจึงหมายถึงซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการเก็บ การเรียกค้นมาใช้งาน การทำรายงาน การสรุป ผลจากข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลที่นิยมใช้ เช่น เอกเซส ดีเบส พาราด็อก ฟ๊อกเบส

4)ซอฟต์แวร์นำเสนอ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูล การแสดงผลต้องสามารถดึงดูดความสนใจ ซอฟต์แวร์ เหล่านี้จึงเป็นซอฟต์แวร์ที่นอกจากสามารถแสดงข้อความในลักษณะที่จะสื่อความหมายได้ง่ายแล้วจะต้องสร้างแผนภูมิ กราฟ และ รูปภาพได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์นำเสนอ เช่น เพาเวอร์พอยต์ โลตัสฟรีแลนซ์ ฮาร์วาร์ดกราฟิก

5)ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลนี้หมายถึงซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้ไมโครคอมพิวเตอร์ติดต่อสื่อสาร กับ เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นในที่ห่างไกล โดยผ่านทางสายโทรศัพท์ ซอฟต์แวร์สื่อสารใช้เชื่อมโยงต่อเข้ากับระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ เช่น อินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถใช้บริการอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ สามารถใช้รับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้โอนย้าย แฟ้มข้อมูล ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล อ่านข่าวสาร นอกจากนี้ยังใช้ในการเชื่อมเข้าหามินิคอมพิวเตอร์หรือเมนเฟรม เพื่อเรียกใช้งาน จากเครื่องเหล่านั้นได้ ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลที่นิยมมีมากมายหลายซอฟต์แวร์ เช่น โปรคอม ครอสทอล์ค เทลิก

 

ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ

การประยุกต์ใช้งานด้วยซอฟต์แวร์สำเร็จมักจะเน้นการใช้งานทั่วไป แต่อาจจะนำมาประยุกต์โดยตรงกับงานทางธุรกิจบาง อย่าง ไม่ได้ เช่นในกิจการธนาคาร มีการฝากถอนเงิน งานทางด้านบัญชี หรือในห้างสรรพสินค้าก็มีงานการขายสินค้า   การ ออกใบเสร็จ รับเงิน การควบคุมสินค้าคงคลัง ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะสำหรับงานแต่ละประเภทให้ ตรงกับความ ต้องการของผู้ใช้แต่ละราย

ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะมักเป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้พัฒนาต้องเข้าไปศึกษารูปแบบการทำงานหรือความต้องการของธุรกิจนั้น ๆ แล้วจัดทำขึ้น โดยทั่วไปจะเป็นซอฟต์แวร์ที่มีหลายส่วนรวมกันเพื่อร่วมกันทำงาน ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะที่ใช้กันในทาง ธุรกิจ เช่น ระบบงานทางด้านบัญชี ระบบงานจัดจำหน่าย ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม บริหารการเงิน และการเช่าซื้อ

ความต้องการของการใช้คอมพิวเตอร์ในงานทางธุรกิจยังมีอีกมาก ดังนั้นจึงต้องมีความต้องการผู้พัฒนา ซอฟต์แวร์เพื่อ พัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะต่าง ๆ อีกมากมาย

การติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office 97

สำหรับ Office 97 ตัวนี้ก็เรียกว่าเป็นซอฟแวร์ยอดนิยม ทุกเครื่องควรจะมีติดตั้งไว้ เพราะว่าจะประกอบด้วย Word, Excel, Access, Power Point และ MS Outlook (คนละตัวกับ Outlook Express ที่มากับ IE นะ) จะเรียกได้ว่าลงชุดเดียว สามารถใช้งานได้ทั้ง Office เลย มาดูวิธีการติดตั้งกัน

เริ่มต้นจากหาชุดติดตั้งของ Microsoft Office 97 Thai ตัวนี้ก่อนซึ่งส่วนใหญ่ที่เห็นมาจะเป็นแผ่น CD คงไม่แนะนำให้หา Download จากในอินเตอร์เน็ต เพราะว่าจะใหญ่มาก หลังจากจัดหาได้แล้วก็อย่าลืม CD-Key ด้วย เพราะต้องใช้สำหรับการติดตั้งด้วย ทำการติดตั้งโดยดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ setup

1

กด Continue เพื่อทำการติดตั้ง

2

ใส่ชื่อและบริษัท หรืออาจจะใช้ชื่อตามชื่อของเครื่องก็ได้ กด OK

3

ยืนยันชื่อที่ต้องการอีกครั้ง กด OK

4

ใส่ CD-Key ที่มีมากับชุดติดตั้ง กด OK

5

กด OK เพื่อติดตั้ง

6

เลือก Folder ที่จะติดตั้ง หรือจะใช้ตามที่โปรแกรมกำหนดมาให้ก็ได้ กด OK

7

เลือกชนิดของการติดตั้งซึ่งมีดังนี้

Typical คือการติดตั้งแบบที่แนะนำสำหรับการใช้งานทั่วไป

Custom จะสามารถเลือกว่าจะติดตั้งอะไรบ้าง

Run from CD-ROM จะประหยัดพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ แต่เมื่อจะใช้งานต้องเรียกข้อมูลจากแผ่น CD-ROM

ขอแนะนำให้เลือกแบบ Typical โดยใช้เมาส์กดที่ Typical

8

เลือกส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ต้องการติดตั้ง ถ้าไม่เลือกก็ใช้ค่าตามที่ตั้งมา กด Continu

9

เลือกขนาดกระดาษ จะใช้ A4 หรือจะเป็น US Letter ก็ตามใจ กด OK

10

หลังจากนี้ โปรแกรมจะเริ่มทำการติดตั้ง รอจนกว่าเสร็จ

11

หลังจากที่ติดตั้งเสร็จแล้ว จะต้องทำการ Restart Windows ใหม่ก่อนนะครับ กด Restart Windows เมื่อเริ่มต้น Start Windows ใหม่ก็เป็นอันจบขั้นตอนการติดตั้ง Microsoft Office 97 Thai แล้ว

เทคนิคการปรับแต่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ของ Office 97 Thai

การเลือกภาษาของเมนูว่าจะใช้ภาษาไทยหรืออังกฤษ ทำโดยเรียก Office97 Language Switcher แล้วเลือกภาษาที่ต้องการได้เลย

12

13

การแก้ไขปัญหาเครื่องค้างเมื่อทำการ Shutdown ซึ่งอาจจะพบได้เป็นบางเครื่อง สาเหตุเนื่องมาจากมีการเรียกโปรแกรม Microsoft Find Fast ใน Startup ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง หากใครมีปัญหานี้ให้ทำการลบ Microsoft Find Fast ออกจากเมนูได้เลยครับหรือหากจะไม่ลบก็ให้ย้ายไปเก็บไว้ในที่อื่นที่ไม่ใช่   Startup ก็ได้

14

ปัญหาที่เกิดขึ้นที่อาจจะเกิดขึ้นจาก MS Office

 

โปรแกรมประยุกต์ (Application Software)

โปรแกรมที่ผู้ใช้จัดทำขึ้นมาเพื่องานโดยเฉพาะหรืองานที่ผู้ใช้ต้องการ โดยที่ผู้ใช้จะใช้โปรแกรมภาษา จัดทำขึ้นมา แล้วให้ โปรแกรมควบคุมเครื่องนำไปประมวลเพื่อให้เครื่องปฏิบัติตาม โดยผู้ใช้สามารถ ใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ต่างๆ ในการทำโปรแกรมนี้ก็ได้ เช่น FORTRAN, COBOL, BASIC, C, Pascal เป็นต้น

ปัญหาการติดตั้งโปรแกรมประยุกต์

หลังจากลงโปรแกรมป้องกันไวรัส McAfee 4.0.3 แล้วไม่สามารถบูทเข้า Windows ได้

เท่าที่พบจะเกิดกับบางเครื่องเท่านั้น ปัญหาเกิดจากหลังจากที่เราติดตั้ง McAfee ลงไปแล้ว เครื่อง จะทำการ Scan ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์โดยใส่เป็น Batch File ไว้ในไฟล์ autoexec.bat ซึ่งบางครั้ง จะเป็นปัญหาทำให้ค้าง ไม่ยอมเข้า Windows ต่อไป วิธีแก้ไขคือ ให้เปิดเครื่องเข้าใน MS-DOS Mode โดยกดปุ่ม F8 ค้างไว้ขณะเปิดเครื่อง จะเข้ามาที่เมนู Microsoft Windows 98 Startup Menu เลือกข้อ 6. sefe mode command prompt only แล้วใช้คำสั่ง “edit autoexec.bat” เพื่อแก้ไข ไฟล์โดยให้ลบบรรทัดที่มีคำสั่ง scan.exe ออกครับ ทำการ save file แล้วทดลองบูทเครื่องใหม่อีกครั้ง

ลง Microsoft Office 97 Thai บน Windows XP แล้วเปลี่ยนใช้เมนูภาษาอังกฤษไม่ได้

สำหรับผู้ที่ชอบใช้งาน Office 97 แต่เอามาลงบน Windows XP จะพบว่าตัว Shortcut ของ Office97 Language Switcher ไม่มีให้ใช้งาน ที่จริงแล้วตัว Shortcut นี้ยังมีอยู่ตามปกติใน C:\Program Files\Microsoft Office แต่จะไม่สามารถใช้งานได้ โดยที่เมื่อกดเลือกเปลี่ยนภาษาของเมนู จะมีข้อความแจ้งผิดพลาด เนื่องจากโปรแกรมตรวจสอบพบว่าไม่ได้ทำงานอยู่บน Windows Thai การแก้ไข ทำได้ง่าย ๆ โดยสร้างไฟล์เปล่า ๆ ขึ้นมาด้วย Notepad โดยไม่ต้องพิมพ์อะไรลงไปเลย จากนั้น save as ให้เป็นชื่อไฟล์ lpkthai.dll แล้วก็ copy ไปใส่ไว้ใน C:\WINDOWS\system32 จากนั้นก็บูตเครื่องใหม่ครั้งหนึ่ง ก็จะใช้งาน Office97 Language Switcher ในการเลือกภาษาของเมนูได้แล้ว

 

การ Set BIOS เบื้องต้น

ในส่วนของการ Set BIOS แบบเบื้องต้นเพื่อให้Setค่าต่างๆเป็น เพื่อใช้ในการติดตั้ง windows ทั้ง XP และ Vista

วิธีการ Set BIOS มีดังนี้

     หลังจากเปิดเครื่องให้เราทำการกดปุ่ม  F2 (เครื่องผมเป็น NB ของ ASUS ถ้าเป็นยี่ห้ออื่น อาจจะเป็นปุ่มอื่นนะครับเช่น F8,F10)หรือ Del สำหรับ PC ประกอบทั่วไป ก็จะได้หน้าตา BIOS  ดังรูปครับ(อาจจะไม่เหมือนกันทั้งหมดเพราะแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันออกไป ให้เอาไว้เป็นแนวทางสำหรับคนที่ใช้รุ่นอื่น)

bios

 

ส่วนต่างๆของBios ก็จะมี Main, Advanced, Display, Security, Power, Boot, Exit (ใช้ Key ลูกศรเลื่อนซ้าย ขวา )

Main จะใช้ดูspecเครื่องของเราและใช้ในการปรับแต่งวันที่ เวลา

Advanced ที่สำคัญจะอยู่ที่ IDE Configuration เพราะใช้เลือกเพื่อการติดตั้ง XP

bios (2)

Enter ที่ IDE Configuration จะได้ดังรูป ถ้าจะติดตั้ง XP ต้องเปลี่ยนจาก Enhanced เป็น Compatible

bios (5)

Security เป็นส่วนในความปลอดภัย แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่น่าจะตั้ง เพราะถ้าจำไม่ได้จะต้องรื้อเครื่อง

bios (3)

Boot ตรงนี้เป็นส่วนที่สำคัญอีกจุดหนึ่ง เพราะใช้ในการตั้ง Boot จากแผ่น CD,DVD เพื่อใช้ในการติดตั้ง Windows

 bios (4)

ให้เลือกตรง Boot Device Priority  จะได้ดังรูป ถ้าต้องการให้ Boot CD/DVD ก็ให้ Enter ที่ 1st Boot Devicec แล้วเลือก CD/DVD

bios (8)

Exit เป็นส่วนของการออกจาก Bios ให้เลือก Save Changes and Exit  แต่ช่างส่วนใหญ่จะกดปุ่ม F10 กันจะได้ดังรูปข้างล่าง

bios (6)

bios (9)

ตรวจสอบความพร้อมเกี่ยวกับอุปกรณ์

กรณีที่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

                หมายความว่า ทุกอย่างเงียบ ไม่เห็นไฟแสดงสถานะ ไม่ได้ยินเสียงใดๆ ให้สังเกตเบื้องต้นว่า ปลั๊กไฟต่างๆ ได้เสียบไว้ครบถ้วนหรือไม่ สายไฟหลักได้เสียบเข้ากับไฟบ้านเรียบร้อยแล้วหรือยัง

มีไฟเข้าเครื่อง แต่กลับมีเสียงดัง Beep ถี่ๆหลายครั้ง

            กรณีดังกล่าว อาจเกิดจากการไม่ได้บรรจุแผงหน่วยความจำในเมนบอร์ด หรืออาจบรรจุแผงหน่วยความจำลงไปในซ๊อกเก็ตไม่แน่นสนิท

มีไฟเข้าเครื่อง แต่ทุกอย่างเงียบ

                อาจเกิดจากการดังกล่าวอาจเกิดจากการบรรจุซีพียูไม่แน่น ให้ทำการตรวจสอบซีพียูที่บรรจุบนเมนบอร์ดว่าแน่นหนาหรือไม่ รวมถึงให้ตรวจสอบจัมเปอร์ว่าติดตั้งตรงกับรุ่นซีพียูที่ใช้หรือไม่

มีเสียง Beep หนึ่งครั้ง แต่จอภาพไม่มีภาพใดๆ

            กรณีที่เกิดขึ้นนี้ เป็นไปได้ว่าอาจลืมเสียบปลั๊กจอภาพเข้ากับไฟบ้าน สามารถทดสอบได้ด้วยการกดปุ่มเปิดจอภาพ ว่าสามารถเปิดได้หรือไม่ ถ้าเปิดไม่ได้ ก็แสดงว่าไฟไม่เข้า ให้ทดลองตรวจสอบปลั๊กไฟ

มีเสียง Beep หนึ่งครั้ง แต่จอภาพที่แสดงข้อความว่าไม่มีสัญญาณภาพส่งมา

            กรณีนี้เกิดจากการไม่ได้เสียบสายจอภาพ ทำให้จอภาพไม่ได้รับสัญญาณจากเครื่องคอมพิวเตอร์จึงแสดงถึงข้อความว่า ไม่มีสัญญาณ (No Signal) ให้ตรวจสอบสายจอภาพที่เชื่อมต่อว่าเสียบไว้แน่นหรือไม่

มีเสียง Beep หนึ่งครั้งและมีการแสดงรายละเอียดสเป็คเครื่องบนจอภาพ

            ในกรณที่เปิดเครื่องแล้วมีเสียงBeep หนึ่งครั้ง จากนั้นก็มีรายละเอียดสเป็คเครื่องบนจอภาพนั่น หมายความว่าเครื่องที่ประกอบนั้นสามารถใช้งานได้ปกติ ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการติดตั้ง ใบออส และลงโปรแกรมระบบปฏิบัติการ

ขั้นตอนการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์

การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ซึ่งเราสามารถหัดประกอบด้วยตนเองได้ โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 

 

1. ขั้นแรกให้เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
เช่น ไขควงสี่แฉก กล่องสำหรับใส่น็อต คู่มือเมนบอร์ด คีมปากจิ้งจก

111

2. เริ่มจากการติดตั้งซีพียูก่อน โดยง้างขาล็อคของซ็อกเก็ตขึ้นมาจากนั้น
นำซีพียูมาใส่ลงไปในซ็อกเก็ตโดยให้วางตำแหน่งขาที่ 1 ของซีพียูและซ็อกเก็ตให้ตรง
กัน โดยสังเกตว่าที่ขาที่ 1 ของซีพียูจะทำเครื่องหมายเป็นจุดเล็กไว้ที่มุมด้านบนของ
ซีพียู

 1111

3. เมื่อวางซีพียูตรงล็อคกับซ็อกเก็ตแล้ว จากนั้นให้กดขาล็อกลงไปเหมือน
เดิม แล้วนำซิลิโคนมาทาตรงบริเวณคอร์ (แกน) ของซีพียู และไม่ควรทาซิลิโคนให้
หนา หากเห็นว่าหนาเกินไปให้ใช้กระดาษหรือแผ่นพลาสติกมาปาดออกเสียบ้าง

114

4. ติดตั้งฮีทซิงค์และพัดลมลงไปบนคอร์ของซีพียู ติดล็อกให้เรียบร้อย
ในขั้นตอนนี้มีจุดที่ต้องระวังอยู่ 2 จุดคือ การติดตั้งฮีทซิงค์ของพัดลมจะต้องแนบ
สนิทกับคอร์ของซีพียู อย่าพยายามกดแรงไป บางทีคอร์ของซีพียูอาจบิ่นได้ ส่วนขา
สปริงที่ยึดพัดลมบางทีมันแข็งเกินไป บางคนใช้ไขควงพยามยามกดขาสปริง
ให้เข้าล็อก ซึ่งอาจทำให้พลาดไปขูดเอาลายปริ้นบนเมนบอร์ดขาดทำให้เมนบอร์ด
อาจเสียหายได้

224

5. เสียบสายไฟของพัดลมเข้ากับขั้ว CPU FAN โดยดูจากคู่มือเมนบอร์ด

243

6. นำแรมมาเสียบเข้ากับซ็อกเก็ตแรมโดยให้ตรงกับร่องของซ็อกเก็ต จากนั้น
จึงกดลงไปจนด้านล็อกทั้ง 2 ด้านดีดขึ้นมา (บางเมนบอร์ดตัวล็อกทั้งสองด้าน
อาจไม่จำเป็นต้องดีดขึ้นมาก็ได้ให้ดูว่าเข้าล็อกกันก็พอ)

2432

7. ขันแท่นรองน็อตเข้ากับเคส

 35454

8. นำเมนบอร์ดที่ได้ติดตั้งซีพียูและแรมวางลงไปบนเคส จากนั้นขันน็อตยึด
เมนบอร์ดเข้ากับตัวเคสให้ครบทุกตัว

 2434

9. เสียบการ์ดแสดงผลลงไปในสล็อต AGP เสร็จแล้วขันน็อตยึดติดกับเคส

 2454

10. เสียบการ์ดเสียงลงไปในสล็อต PCI เสร็จแล้วขันน็อตยึดติดกับเคส

 5667

11. เสียบสายเพาเวอร์ซัพพลายเข้ากับขั้วต่อบนเมนบอร์ด โดยควรเสียบให้
ปลั๊กของสายเพาเวอร์ซัพพลายตรงล็อกกับขั้วต่อบนเมนบอร์ด

 13434

12. สอดไดรฟ์ซีดีรอมเข้ากับช่องว่างหน้าเคส แล้วขันน็อตยึดกับตัวเคส
ให้แน่น

 4444

13. เสียบสาย IDE เข้ากับไดรฟ์ซีดีรอมโดยให้แถบสีแดงตรงกับขาที่ 1
หรือด้านที่ติดกับขั้วสายไฟ จากนั้นจึงเสียบสายไฟและสายสัญญาณเสียงเข้าไปด้วย

 

14. เสียบสาย IDE อีกด้านเข้ากับขั้วต่อ Secondary IDE บนเมนบอร์ด
โดยแถบสีแดงตรงกับขาที่ 1 ของขั้วต่อด้วย

 34

15. สอดฮาร์ดดิสก์เข้ากับช่องติดตั้ง แล้วขันน็อตยึดกับตัวเคสให้แน่น

 4556

16. เสียบสาย IDE เข้ากับฮาร์ดดิสก์โดยให้แถบสีแดงตรงกับขาที่ 1 หรือด้าน
ที่ติดกับขั้วสายไฟ จากนั้นจึงเสียบสายไฟเข้าไปด้วย

 455654

17. เสียบสาย IDE อีกด้านเข้ากับขั้วต่อ Primary IDE บนเมนบอร์ด โดยแถบ
สีแดงตรงกับขาที่ 1 ของขั้วต่อด้วย

 

18. สอดไดรฟ์ฟล็อบปี้ดิสก์เข้าไปในช่องติดตั้ง แล้วขันน็อตยึดกับตัวเคส
ให้แน่น

19. เสียบสายไฟเข้ากับขั้วต่อสายไฟของฟล็อบปี้ดิสก์ ให้สังเกตสายไฟของ
ฟล็อบปี้ดิสก์จะมีหัวขนาดเล็กกว่าสายไฟของซีดีรอมและฮาร์ดดิสก์

 32

20. เสียบสายแพขนาด 34 เส้น (เส้นเล็กกว่าสายแพของฮาร์ดดิสก์
และซีดีรอม) ให้ด้านที่มีการไขว้สายเข้ากับขั้วต่อไดรฟ์ฟล็อบปี้ดิสก์ โดยแถบสีแดง
ของสายแพต้องตรงกับขาที่ 1 ของขั้วต่อด้วย หากใส่ผิดด้านไฟของไดรฟ์
ฟล็อบปี้ดิสก์จะติดตลอด วิธีแก้ไขคือให้หันสายแพกลับด้านเพราะไดรฟ์ฟล็อบปี้ดิสก์
บางยี่ห้ออาจต้องใส่สลับด้านกัน

 untitled

21. เสียบสายแพอีกด้านเข้ากับขั้วต่อฟล็อบปี้ดิสก์บนเมนบอร์ด โดยให้สาย
สีแดงตรงกับขาที่ 1 หรือ pin1 ของขั้วต่อด้วย

 34u9p;

22. เสียบสายสัญญาณต่างๆ จากเคส เช่น สวิตช์เปิดปิดเครื่อง ไฟบอก
สถานะเปิดเครื่อง ไฟบอกสถานะฮาร์ดดิสก ปุ่ม Reset ลำโพง ลงบนเมนบอร์ด
ควรดูคู่มือเมนบอร์ดประกอบด้วย โดยต้องเสียบขั้วให้ถูกหากผิดขั้ว คอมพิวเตอร์
จะไม่ติดหรือมีไฟค้างตลอดเวลา วิธีแก้ไขคือให้เราลองสลับขั้วและเปิดเครื่องขึ้น
มาใหม่

 35

23. เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เราลองสำรวจดูว่ามีน็อตหรืออุปกรณ์อื่นๆ
ตกค้างอยู่บนเมนบอร์ดหรือไม่ เพราะอาจทำให้เกิดกระแสไฟลัดวงจรจนเกิดความ
เสียหายต่อเมนบอร์ดและอุปกรณ์ต่างๆ บนเมนบอร์ดได้ นอกจากนี้ควรตรวจสอบ
การติดตั้งทั้งหมดว่าเรียบร้อยดีแล้ว เช่น การ์ดต่างๆ หรือสายสัญญาณเสียบ
แน่นหนาดีหรือยัง โดยเฉพาะฮีทซิงค์และพัดลมต้องแนบสนิทกับซีพียู พร้อมทั้งล็อก
ติดกันอย่างแน่นหนา

 36

24. เมื่อเรียบร้อยดีแล้วปิดฝาเคสและขันน็อตให้เรียบร้อย ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
ขั้นตอนการประกอบเครื่องอย่างถูกต้องและสมบูรณ์แบบแล้ว